มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2557

 

คืนคลองให้น้ำไหล ในอโยธยา

          “คืนคลองให้น้ำไหล คืนความใสให้แม่น้ำทั่วประเทศ” เป็นของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลโดย ทส. (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) จะมอบให้ประชาชน

          แหล่งสำคัญ “คืนคลองให้น้ำไหล” ต้องทำทันที อยู่ที่อยุธยา เพราะเป็นราชอาณาจักรสยามแห่งแรก ล้อมรอบด้วยแม่น้ำลำคลอง

          มีในบทพระราชนิพนธ์ กรมพระราชวังบวรฯ ยุค ร.1 ว่า “บริเวณอื้ออลด้วยชลธี ประดุจเกาะอสุรีลงกา”

          แต่รัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัยขาดตกบกพร่องเห็นแก่ได้เฉพาะหน้า ไม่ดูแลรักษาแล้วยังทำลายโดยทำเป็นย่านอุตสาหกรรม จนน้ำท่วมวินาศสันตะโร เมื่อ พ.ศ. 2554

          ผังเมืองอยุธยาและอโยธยา ตั้งบนที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง เต็มไปด้วยคลองธรรมชาติและคลองขุด เพื่อเป็นเส้นทางคมนาคมและทางระบายน้ำเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก

          [ตรงข้ามกับกรุงสุโขทัย ตั้งบนที่ดอนแล้งน้ำ (อยู่ห่างแม่น้ำยมมากกว่า 10 กิโลเมตร) ต้องขุดสระน้ำ (ตระพัง) เพื่อกักน้ำไว้ใช้ยามแล้งในวังและวัด]

klong19-12-57 1

klong19-12-57 2

          เกาะเมืองอยุธยา บรรดาแม่น้ำลำคลองได้รับการดูแลรักษา(เกือบ)ดี แต่ยังไม่ดีจริง

          ส่วนบริเวณอโยธยาทางฟากตะวันออก ตั้งแต่สถานีรถไฟ ไปจนถนนสายเอเชีย ถึง อ. อุทัย ลำคลองสำคัญอย่างยิ่งถูกทอดทิ้งเลอะเทอะจนเละเทะ เป็นคลองสามชื่อ [แยกจากแม่น้ำป่าสักสายใหม่ (หรือคูขื่อหน้า) ตรงไปทางทิศตะวันออกถึง อ. อุทัย] ยุคอโยธยา คือ

          คลองบ้านบาตร (ตอนต้น), คลองกระมัง (ตอนกลาง), คลองข้าวเม่า (ตอนปลาย) เป็นคลองขุดขนาดใหญ่ เชื่อมคลองหันตรา (แม่น้ำป่าสักสายเก่าไหลจากทิศเหนือลงทิศใต้ ไปสบแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เรียกปากคลองแม่เบี้ย ใต้บ้านญี่ปุ่น) หน้าวัดกะสังข์

          แล้วตัดทะลุตรงไปทางทุ่งอุทัย (อ. อุทัย จ. พระนครศรีอยุธยา) เชื่อมคลองต่างๆหลายสาย ที่ไหลจากทิศเหนือลงทิศใต้ เช่น คลองบ้านสร้าง, คลองโพ, ฯลฯ

          คลองสามชื่อ เป็นเส้นทางคมนาคมมาตั้งแต่ยุคอโยธยา (ราวหลัง พ.ศ. 1600) จนยุคอยุธยา (ราวหลัง พ.ศ. 1800)

          พระเจ้าตาก เลียบเส้นทางคลองสามชื่อ มุ่งไปเมืองจันทบุรี

          สุนทรภู่ ล่องเรือเข้าคลองสามชื่อ ไปวัดเจ้าฟ้าตามลายแทงบริเวณเขาพนมยงค์ (อ. หนองแค จ. สระบุรี) (มีรายละเอียดในเว็บไซต์)