มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2557

 

พม่าไม่ได้ทำลายอยุธยาแล้วใคร?

          กองทัพจากพม่าประเทศ ไม่ได้ทำลายเผาผลาญอยุธยาตามกล่าวหาสนุกปากและใจ

          อยุธยาที่เห็นเหลือแต่ซากทุกวันนี้ เป็นฝีมือคนพื้นเมืองและไทยจีนกันเองทั้งนั้น แต่ มักโยนบาปเหมาให้พม่าพวกเดียว

          ไฟไหม้ใหญ่ในพระนครศรีอยุธยา ก่อนกรุงแตก 3-4 เดือน ไม่ใช่พม่าลอบเผา แต่คนในเมืองลักลอบเผากันเอง

          ขณะนั้นราวเที่ยงคืน พระเจ้าตากพาสมัครพรรคพวกตีฝ่าวงล้อมทัพอังวะไปแล้วถึงทุ่งหันตรา เข้าบ้านพรานนก มองเห็นแสงเพลิงไหม้ในกรุง (มีบันทึกในพระราชพงศาว ดารฯ ฉบับพระราชหัตถเลขา หาอ่านได้ไม่ยาก)

          ทัพพม่าล้อมกรุงอยู่นอกเมืองเป็นปกติ ยังตีไม่ได้อยุธยา จึงไม่มีส่วนเผาตลาดกลางเมืองอยุธยา (หรือจะโทษว่านายทัพติดสินบนว่าจ้างคนในเมืองเผาวางเพลิง?)

          สิ่งที่ทัพพม่ากระทำต่ออยุธยา มีในพระราชพงศาวดารฯ คือ ระเบิดเปิดทางกำแพงด้านหัวรอ และเมื่อเข้าเมืองได้ก็เผาปราสาทบางหลังในวังหลวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ แต่ไม่ได้เผาหมดเมือง

          เมื่อตีได้แล้วยึดอยู่ไม่นานก็เกณฑ์เจ้านายไพร่พลอยุธยายกกลับพม่าประเทศ โดยตั้งสุกี้พระนายกองควบคุมอยู่บ้านโพธิ์สามต้น (ทางเหนือออกนอกเมืองไปไกล) ไม่อยู่ในเมือง เพราะมีอันตราย จึงไม่มีช่องทางทำลายอยุธยา

          อยุธยาหลังทัพพม่ายกกลับแล้ว ถูกทำลายโดยคนพื้นเมืองหลายพวก ซึ่งมีไทยกับจีนอยู่ด้วย ขุดหาสมบัติขนานใหญ่และต่อเนื่องยาวนานถึงปัจจุบัน

          มีพยานเป็นเอกสารหลายเล่ม โดยเฉพาะบันทึกของชาวยุโรป หลังเสียกรุงราว 10 ปี ที่ไปพบเหตุการณ์จริงในอยุธยา ขณะนั้นไม่มีทหารจากทัพพม่าประเทศ

          [ดร. บี. เจ. เตรวิล อาจารย์สอนประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย รวบรวมหลักฐาน แล้วส่งลงพิมพ์ในศิลปวัฒนธรรม (ปีที่ 6 ฉบับที่ 11) เดือนกันยายน พ.ศ. 2528 หน้า 60-64]

          หลังกรุงแตกอยุธยาถูกทำลายครั้งใหญ่ ไม่มีพม่าเกี่ยวข้องเลย

          เริ่มจากรื้อกำแพงเมือง ขนอิฐใส่เรือลงไปสร้างกำแพงเมืองกรุงเทพฯ สมัย ร.1

          ต่อมารื้อกำแพงเมืองส่วนที่เหลือ เพื่อถมทำถนนรอบเกาะ สมัย ร.5

          กระทั่งหลัง พ.ศ. 2500 ข้าราชการกับพ่อค้านักการเมืองท้องถิ่นร่วมกันจ้างคนรื้อเจดีย์ขายอิฐเก่า แล้วเอาที่ดินสร้างอาคารพาณิชย์

          “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” จะมีคุณค่าและมูลค่ามหาศาล เมื่อแบ่งปันข้อมูลข่าวสารความรู้ที่ถูกต้องและเป็นธรรม ไม่ใส่สีตีไข่

          ยิ่งเป็นสถาบันการศึกษาอยู่ในอยุธยา ยิ่งไม่ควรแต่งนิยายใส่ร้ายเพื่อนบ้านใกล้ชิดเหมือนเครือญาติ คือ พม่า, เขมร, ลาว, มลายู

          แต่ถ้าทำตรงข้าม ก็เท่ากับโหมกระพือประวัติศาสตร์บาดหมาง สร้างบาดแผลกับเพื่อนบ้าน สันติภาพไม่มา สติปัญญาไม่มี} else {