Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2557

 

ยุคมืด ของนักประวัติศาสตร์โบราณคดีไทย

          ยุคมืด เป็นชื่อที่นักค้นคว้าวิชาการด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีไทยกลุ่มหนึ่ง ใช้เรียกประวัติศาสตร์ไทยยุคก่อนอยุธยาและก่อนสุโขทัย เพราะไม่มีหลักฐานว่าคนไทยมาจากไหน? ที่เคยมีก็คลุมเครือเชื่อไม่ได้

          (อ่านเพิ่มเติมสุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันนี้ หน้า17)

          แต่แท้จริงแล้วประวัติศาสตร์ไทย เป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ได้ของประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิในอาเซียนโบราณ มีพัฒนาการร่วมกันทางสังคมวัฒนธรรมต่อเนื่องไม่ขาดสายหลายพันปีมาแล้วจนปัจจุบัน

          ที่ว่ายุคมืด จึงไม่ใช่ของประวัติศาสตร์ไทย แต่เป็นยุคมืดทางความรู้และความคิดของนักค้นคว้าวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดีไทย

          คนพวกนี้ส่วนมากเป็นอาจารย์สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แล้วสืบทายาทตกทอดถึงปัจจุบันให้มีอคติต่อแนวคิด“ไม่ยุคมืด” สร้างบรรยากาศการเรียนการสอนแบบปิดกั้นนักศึกษาให้หนวกบอดใบ้เหมือนตน โดยห้ามอ่าน ห้ามค้นคว้าและอ้างอิงจากข้อเขียนของนักวิชาการกลุ่มที่มีความคิดต่าง

          ขณะเดียวกันก็กุเรื่องปล่อยข่าวกล่าวร้ายป้ายสีทำลายกลุ่ม“ไม่ยุคมืด”ให้นักศึกษาหลงเชื่อ ทั้งๆไม่มีมูลความจริง และไม่เคยรู้จักมักจี่ ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย

          เพราะถ้านักศึกษารู้ความก้าวหน้าเท่าทันโลกวิชาการ พวกตนก็หมดความหมาย จึงรู้สึกไม่ปลอดภัย และไม่มั่นคง

          “ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยฉบับยุคมืดที่ใช้ในสถาบันการศึกษาทุกวันนี้ มีลักษณะกีดกันคนกลุ่มต่างๆออกไปจากความทรงจำร่วมกันของคนในชาติ แล้วทำให้คนส่วนใหญ่ในชาติไม่มีที่ยืนในประวัติศาสตร์” อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ อธิบาย

          ซ้ำความทรงจำที่สร้างขึ้นในนามของประวัติศาสตร์แห่งชาติ ยังอาจทำลายหรือเหยียดอัตลักษณ์ของคนบางกลุ่มให้ด้อยเกียรติภูมิอีกด้วย

          อ. นิธิ ย้ำว่า เป็นประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง สร้างขึ้นด้วยจุดมุ่งหมายเพียงการธำรงอำนาจของกลุ่มชนชั้นนำตามจารีตกลุ่มเล็กๆของรัฐราชสมบัติไว้ในรัฐซึ่งได้กลายเป็น“ชาติ”ไปแล้ว [ประวัติศาสตร์แห่งชาติ (สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ) พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549 หน้า 22-27]

          ยุคมืดมีเหตุจาก (1) ตกหลุมดำประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย และ (2) มองข้ามอย่างเหยียดๆต่อหลักฐานและร่องรอยพื้นเมือง

          มีช่องทางแก้ไข แต่ต้องเลิกกล่าวร้ายป้ายสีคนคิดต่างเป็นอย่างแรก ส่วนอย่างหลังจะบอกพรุ่งนี้

          ถ้าไม่แก้ไข ก็ไม่สว่าง