Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 10 ธันวาคม 2557

 

กำเนิดข้าว หมาเก้าหาง บุรีรัมย์

          หมาเก้าหาง เป็นนิทานกำเนิดข้าวของอาเซียนโบราณ ราว 3,000 ปีมาแล้ว ควรเป็นคำบอกเล่า หรือวรรณกรรมปากเปล่าเก่าแก่สุด

sacred dog

          เพราะมีหลักฐานเป็นภาพเขียนสีรูปหมา ยุคโลหะ ตามเพิงผาและผนังถ้ำ ทั้งในภาคใต้ของจีน และในภาคอีสานกับภาคกลางของไทย เช่น ภาพเขียนสีรูปคนกับหมาศักดิ์สิทธิ์ เขาจันทน์งาม อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา

          (ผมเคยเขียนเล่าอย่างละเอียดไว้ในหนังสือคนไทยอยู่ที่นี่ ที่อุษาคเนย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2537)

          ตื่นเต้นมากเมื่อพบว่ามีนิทานกำเนิดข้าวหมาเก้าหางอยู่ในไทย

          ผมอ่านในข้อเขียนเรื่องข้าวหอมมะลิ โดย พัทธนันท์ โอษฐ์เจษฎา (พิมพ์ในวารสารวัฒนธรรม รายสามเดือน ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ปีที่ 53 ฉบับที่ 4 ประจำเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2557 หน้า 5-6) จะคัดมาดังนี้

          ตำนานการกำเนิดของข้าว เล่าโดยคุณตาทา ครองยุทธ ผู้เฒ่าชาวบ้านสวายสอ ต. ดูมใหญ่ อ. คูเมือง จ. บุรีรัมย์

          “คราวหนึ่งนั้น หมาขี้เรื้อนเก้าหาง ได้ไปขโมยข้าวลงมาจากสรวงสวรรค์ และในระหว่างนั้นมีเทวดาองค์หนึ่งเกิดรู้ทันได้เอามีดไล่ฟัน หมายจะฟันคอให้ขาดแต่พลาดไปโดนหางแปดหาง

          หมาขี้เรื้อนที่ตอนนี้มีหางเหลืออยู่แค่เพียงหางเดียว พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด จนกระทั่งกลับมาถึงหมู่บ้านพร้อมกับเมล็ดข้าวเปลือกที่ติดอยู่ตามพวงหางที่เหลืออยู่ของมัน

          คนในหมู่บ้านเมื่อเห็นเมล็ดข้าวจึงพากันเอาไปปลูกคนละเมล็ดสองเมล็ด กระทั่งข้าวที่ปลูกนั้นงอกงามแตกกอต่อรวงกลายเป็นข้าวเหนียวข้าวเจ้าให้พวกเรากินกันจนทุกวันนี้”

          เป็นพยานหลักฐานสำคัญว่านิทานกำเนิดข้าว หมาเก้าหาง มีแพร่กระจายทั่วไปในทุกชาติพันธุ์ของอาเซียนโบราณ แล้วเล่าสืบจนถึงปัจจุบัน มีหลักฐานสำคัญเป็นสำนวนบุรีรัมย์ อาจมีสำนวนท้องถิ่นอื่นๆอีก แต่ถูกลืม

          รมต. และปลัด วธ. น่าจะยกนิทานกำเนิดข้าว หมาเก้าหาง เชิญชวนนักกลอนกวีและศิลปินทั่วไทย สร้างสรรค์เป็นเพลงดนตรี และวาดรูปหมาเก้าหาง จนถึงแต่งนิทานคำกลอนแบบสุนทรภู่ แล้วดัดแปลงเป็นละครหรือหนังแอนิเมชั่น แบ่งปันเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต

          กิจกรรมความรู้ประเภทนี้ ถ้าจะให้ดีวิเศษต้องเชิญชวนสถาบันการศึกษาทุกภาคมาร่วมกัน

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องชวนเจ้าเก่า แต่ต้องทำอย่างทันสมัยและร่วมสมัย คือ ชินวัฒน์ “มหา” ตั้งสุทธิจิต ผู้มีพลังสร้างสรรค์ของสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย