มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2557

 

นิราศวัดเจ้าฟ้า สุนทรภู่ไป อ. หนองแค จ. สระบุรี

          วัดเจ้าฟ้า ในนิราศวัดเจ้าฟ้า ของสุนทรภู่ มีชื่อเต็มๆว่าวัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์

          เป็นนามปริศนาในลายแทง(ที่มีจริงหรือไม่จริงก็ได้) บอกตำแหน่งกว้างๆอยู่ทางแขวงเมืองทิศตะวันออก (ของอยุธยา)

          มีหลักฐานและร่องรอยน่าเชื่อว่าวัดเจ้าฟ้า (ในนิราศ) อยู่บริเวณเทือกเขาพนมยงค์ ตั้งแต่ตีนเขาถึงยอดเขา ในพื้นที่ของดีป่าสัก อ. หนองแค จ. สระบุรี

          และน่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับพระเจ้าเสือ ตามความเชื่อของผู้สร้างลายแทง เพราะพระเจ้าเสือ (โอรสพระเพทราชา) เคยเสด็จไปประทับบนเขาลูกนี้ (มีในพระราชพงศาวดารที่ทางการสระบุรีควรทำความเข้าใจ)

          วัดเจ้าฟ้า อยู่ที่ไหน? ในลายแทงบอกว่าอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ มีกลอนนิราศระบุ “พอเย็นจวนด่วนเดินขึ้นเนินโขด”

          คำว่า เนินโขด โดยทั่วไปเป็นคำบอกเล่ากว้างๆ ของเชิงเขาที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นเทือกเขาเตี้ยๆ

          สุนทรภู่ เล่าไว้ในนิราศฯ ว่า พระเจ้าตะเภาทอง ไปเที่ยวเล่นบนโขดเขา เห็นหินสีขาว (ว่าเหมือนสำลี) จึงสลักพระพุทธรูป ต่อมามีฤๅษี 4 ตน เหาะมาสร้างโบสถ์ แล้วให้นามปริศนาว่าวัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์

          พระเจ้าตะเภาทอง (สำเภาทอง) ไม่มีตัวตนจริง เพราะเป็นชื่อในนิทานท้องถิ่นของเมืองอู่ตะเภา (บ้านอู่ตะเภา ต. ม่วงหวาน อ. หนองแซง จ. สระบุรี ต่อเนื่อง อ. หนองแค)

          พระเจ้าตะเภาทองในนิราศวัดเจ้าฟ้า เป็นคำบอกเล่าที่สุนทรภู่และคณะได้ยินได้ฟังจากชาวบ้านชาวเมืองในครั้งนั้น จึงไม่จำเป็นต้องตรงกันทุกอย่างกับคำบอกเล่าสมัยหลังๆ จากนั้นจนปัจจุบัน

          เพราะเป็นความทรงจำที่วิปลาสคลาดเคลื่อนได้ง่ายตามสำนึกและประสบการณ์ของผู้เล่าแต่ละคนที่มีต่างกัน

          แม้ในสมัยเดียวกัน แต่คนเล่าเป็นคนละคนหรือต่างกลุ่ม เนื้อหารายละเอียดอาจต่างไปก็ได้ ไม่เป็นเรื่องประหลาดหรือผิดพลาด

          แต่สาระสำคัญอันเป็นแกนหลักอยู่ที่ชื่อตัวเอกของเรื่องคือพระเจ้าตะเภาทอง กับชื่อสถานที่คือเมืองอู่ตะเภา เป็นตะเภาเดียวกัน

          ก่อนหน้านี้เคยมีผู้สืบค้นเสาะหาวัดเจ้าฟ้าตามนิราศวัดเจ้าฟ้าของสุนทรภู่ แล้วสรุปว่า วัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์ คือ วัดเขาดิน ต. ธนู อ. อุทัย จ. พระนครศรีอยุธยา

          แต่ไม่ใช่ เพราะไม่เคยมีหลักฐานกล่าวถึงบริเวณวัดเขาดิน

          ท่านประธานฯ ขรรค์ชัย บุนปาน เคยชวนผมไปฟังครูบาอาจารย์กับนักกลอนผู้หลักผู้ใหญ่คุยกันในชมรมนักกลอน (วัดโพธิ์ ท่าเตียน) และสหพันธ์นักกลอน (วัดอินทร์ บางขุนพรหม) ได้ยินพูดกันบ่อยๆตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2510 ว่าวัดเจ้าฟ้าของสุนทรภู่ ไม่รู้อยู่ที่ไหน?

          จนป่านนี้ยังหาวัดเจ้าฟ้าไม่พบ ผมเลยช่วยหาเบาะแสไปเสนอในที่ประชุมผู้ศึกษาค้นคว้าของวรรณกรรมสุนทรภู่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ 30 พฤศจิกายน 2557 บนศาลาวัดสนมไทย (เขาพนมยงค์) อ. หนองแค จ. สระบุรี

          (มีรายละเอียดอยู่ในข้อเขียนนำเสนอ อ่านได้ที่ www.sujitwongthes.com)

          เคยหวังว่าสมาคมนักกลอนฯจะเอาใจใส่งานข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกวีนิพนธ์โบราณ นานหลายสิบปีมาแล้ว แต่ยังไม่เคยมีให้เห็นเป็นรูปธรรม

          มีหลายคนบอกว่าปีนี้พึ่งได้ แล้วหวังได้ เพราะ ชินวัฒน์ “มหา” ตั้งสุทธิจิต อาสาพัฒนา สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ให้มีกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่วรรณกรรมสำคัญๆต่อเนื่องสม่ำเสมอ เช่น งานของสุนทรภู่ ฯลฯ

          ฟังแล้วดีใจ แต่ใจคอไม่ค่อยดี กลัวจะเหมือนที่แล้วๆมาd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);