มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2557

 

พระขรรค์ชัยศรี กับดาบฟ้าฟื้น

          พระแสงขรรค์ชัยศรี เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจทางการเมืองในวัฒนธรรมเขมร

          มีในตำนาน (เช่น ในจารึกวัดศรีชุม สมัยสุโขทัย) ว่าผีฟ้ากรุงยโศธรปุระ (เมืองพระนครหลวง-นครธม) พระราชทานพระแสงขรรค์ชัยศรีให้พ่อขุนผาเมือง แล้วเชื่อกันว่าสืบทอดต่อมาถึงพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา

          โดยพ่อขุนผาเมืองคือพระเจ้าอู่ทองลงมาครองอยุธยาตามตำนานในพงศาวดารเหนือ

phrakhan5-12-57 1

          พระแสงปราบศัตรู คือดาบฟ้าฟื้นของขุนแผน เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจทางการเมืองในวัฒนธรรมลาว ของคนส่วนมากในกรุงเก่าซึ่งยกย่องดาบฟ้าฟื้นเสมอพระแสงขรรค์ชัยศรีของเขมร

          เรื่องดาบฟ้าฟื้นคู่กับพระแสงขรรค์ชัยศรี มีในความทรงจำ (เรียกคำให้การฯ) ของเจ้านายและขุนนางอยุธยากลุ่มหนึ่งที่ถูกกวาดต้อนไปหงสาวดีเมื่อกรุงแตก พ.ศ. 2310 จะเชื่อถือว่าจริงทั้งหมดไม่ได้ แต่เชื่อได้ว่ามีคนกรุงเก่าบางกลุ่มที่ใกล้ชิดราชสำนักคิดอย่างนี้

          คำให้การชาวกรุงเก่า เล่าว่าขุนแผนมีดาบวิเศษเรียกดาบฟ้าฟื้น เมื่อชราลงจึงนำดาบฟ้าฟื้นถวายพระพันวษา

          พระองค์ทรงรับไว้ แล้วทรงประสิทธิ์ประสาทนามว่าพระแสงปราบศัตรู โปรดให้มหาดเล็กเชิญตามเสด็จซ้ายขวาคู่กับพระแสงขรรค์ชัยศรีครั้งพระยาแกรก

          ดาบฟ้าฟื้น ของบรรพชนลาว มีร่องรอยน่าเชื่อว่ามาจากชื่อปู่ฟ้าฟื้นในตำนานผีบรรพชนของกษัตริย์ หรือเจ้านายเมืองน่าน ซึ่งมีลำดับรายชื่ออยู่ในจารึกพบที่เมืองสุโขทัย

          ดาบฟ้าฟื้น หมายถึง ดาบ (อาวุธ) วิเศษที่ผีฟ้าพญาแถนสร้างคืนกลับขึ้นใหม่ในสถานการณ์ศักดิ์สิทธิ์

          ปู่เมืองน่าน หลานเมืองสุโขทัย ชื่อปู่ฟ้าฟื้น อยู่ในจารึกหลักที่ 45 เรียกกันด้วยภาษาปากว่าจารึกปู่สบถหลาน หรือปู่หลานสบถกัน (พบที่วิหารสูง วัดมหาธาตุ กลางเมืองสุโขทัย)

          สาระสำคัญเกี่ยวกับคำสัตย์สาบานที่ทำขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1935 ว่าจะไม่รบพุ่งรุกรานกัน ระหว่างเครือญาติ 2 ราชวงศ์ คือ ราชวงศ์เมืองน่านผู้เป็นปู่ กับราชวงศ์เมืองสุโขทัยผู้เป็นหลาน

          น่าน-หลวงพระบาง เป็นเมืองเครือญาติอุปถัมภ์ใกล้ชิดสนิทสนมมาแต่ยุคแรกๆ ราวหลัง พ.ศ. 1700

          เมืองน่านอยู่ฝั่งขวาแม่น้ำโขงในไทย ส่วนเมืองหลวงพระบางอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงในลาว (แล้วเชื่อมโยงเป็นเครือญาติไปถึงเมืองแถนในเวียดนาม)

          ตำนานลาวเล่าว่าเจ้าฟ้างุ่มหนีความขัดแย้งทางการเมืองในหลวงพระบาง ไปตายอยู่เมืองน่าน

          สำเนียงพูดของคนยุคอยุธยา มีต้นเค้ารากเหง้าร่วมกับสำเนียงหลวงพระบาง ขับเสภาก็มีรากเหง้าจากขับซอยอยศของลาวเหนือ เช่น หลวงพระบาง} else {