มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2557

 

ราชาศัพท์ในไทยใช้คำเขมร ในเขมรใช้คำไทย

          ราชาศัพท์มีกำเนิดจากรัฐไทยแรกสุดของลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลาง ตอนล่าง ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐใช้ภาษาเขมร

          รัฐสมัยแรกๆบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา พระราชาและบรรดาเจ้านายขุนนางข้าราชการในราชสำนัก ล้วนใช้ภาษาเขมรในชีวิตประจำวัน

          สมัยต่อมาพระราชาและข้าราชสำนักใช้ภาษาไทย จึงยกย่องภาษาเขมร(ของบรรพกษัตริย์)เป็นราชาศัพท์

          แรกมีราชาศัพท์ เฉพาะในราชสำนักของรัฐลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างเท่านั้น เช่น รัฐอยุธยา แต่ไม่พบในรัฐกัมพูชาและรัฐอื่นๆ

          รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล (อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง) อธิบายไว้ในบทความเรื่องลุ่มน้ำเจ้าพระยา ช่วงหลังสิ้นรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พิมพ์ในหนังสือยุคมืดของประวัติศาสตร์ไทยฯ พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ บรรณาธิการ ในงานเสวนาฯ ณ ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2557 หน้า 99)

          มีเนื้อความโดยสรุปว่าในจารึกเขมรโบราณและเขมรสมัยเมืองพระนคร ราวเรือน พ.ศ. 1500 มีถ้อยความที่กล่าวถึงทั้งพระราชาและขุนนางไม่มีความแตกต่างของระดับภาษา แสดงว่าไม่มีราชาศัพท์

          การใช้ราชาศัพท์ น่าจะเกิดขึ้นในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพราะ

          1. ภาษาเขมรในราชาศัพท์ เช่น บังคน, บังคม, ฯลฯ ปัจจุบันเป็นศัพท์ที่สามัญชนคนเขมรทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน

          2. ในเอกสารโบราณของราชวงศ์มังราย เช่น คลองตัดคำพระพุทธโฆษาจารย์ และจารึกในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน เช่น จารึกของพระมหาธรรมราชาลิไท และจารึกวัดศรีพิจิตรกีรติกัลยาราม ไม่พบว่าใช้ราชาศัพท์ชัดเจนเท่ากับราชสำนักลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

          3. มีราชาศัพท์ในราชสำนักกรุงพนมเปญ แต่ส่วนใหญ่เป็นศัพท์ในตระกูลภาษาไท-ลาว แสดงว่ารับจากรัตนโกสินทร์

          ราชสำนักลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เริ่มใช้ราชาศัพท์ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างน้อย ดังปรากฏในเอกสารพระอัยการลักษณะเบ็ดเสร็จและพระอัยการที่ตราขึ้นในช่วงสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 และจารึกลักษณะโจรซึ่งเป็นจารึกของกษัตริย์อยุธยาdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);