มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2559

 

เจ้านายบวชการเมือง ยุคอยุธยา, สุพรรณภูมิ, สุโขทัย

          ขณะนั้น พระรามาธิบดี (อู่ทอง) เป็นพระเจ้าแผ่นดินรัฐอยุธยา [สืบจากรัฐละโว้-อโยธยา (พูดภาษาเขมร) ซึ่งมีมาก่อนรัฐสุโขทัยหลายร้อยปี]

          ขุนหลวงพะงั่ว เป็นพระเจ้าแผ่นดินรัฐสุพรรณภูมิ [สืบจากรัฐอู่ทอง (สุวรรณภูมิ) ซึ่งมีมาก่อนรัฐสุโขทัย หลายร้อยปี]

          พระรามาธิบดี ร่วมกับขุนหลวงพะงั่ว ยกกำลังยึดได้เมืองพิษณุโลก รัฐสุโขทัย [สถาปนาโดยรัฐละโว้-อโยธยาสนับสนุน]

          พญาลิไทย พระเจ้าแผ่นดินรัฐสุโขทัย ยอมอ่อนน้อม ต้องบวชการเมืองไปอยู่พิษณุโลก

          แล้วยกเมืองสุโขทัยให้น้องสาวขึ้นครองแทน ตามความต้องการของอยุธยาและสุพรรณ

          นับแต่นั้นรัฐสุโขทัยตกอยู่ในอำนาจของรัฐอยุธยาและรัฐสุพรรณภูมิ

          ยุคต่อมาพระบรมไตรโลกนาถ จากอยุธยา ขึ้นไปอยู่เมืองพิษณุโลก เพื่อรับศึกพระเจ้าติโลกราชจากเมืองเชียงใหม่ ยกทัพลงมายึดเมืองเชลียง (หรือเชียงชื่น, หรือศรีสัชนาลัย)

          รับศึกไม่สำเร็จ พระบรมไตรโลกนาถออกบวชการเมือง อยู่พิษณุโลก เพื่อขอบิณฑบาตเมืองเชลียงคืนจากพระเจ้าติโลกราช

          ก็ไม่สำเร็จอีก เพราะพระเจ้าติโลกราชไม่ยอมคืนเมืองเชลียงตามที่พระบรมไตรโลกนาถขอบิณฑบาต

          ยุคหลังจากนั้นรัฐอยุธยาเมื่อพระไชยราชา (มีสนมเอกนามตำแหน่งว่าท้าวศรีสุดาจันทร์) ได้เสวยราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน

          พระเทียรราชา (น้องชายพระไชยราชา) ต้องออกบวชการเมือง ให้พ้นราชภัย ว่าจะไม่ชิงราชสมบัติ

          ครั้นพระไชยราชาสวรรคต ท้าวศรีสุดาจันทร์กับขุนวรวงษาธิราช ได้อำนาจครองรัฐอยุธยา

          พระเทียรราชาก็สึกจากบวชพระ ไปร่วมกับเจ้านายและขุนนางอื่นๆ [เช่น ขุนพิเรนทรเทพ (คือบิดาพระนเรศวรฯ) วงศ์สุโขทัย] กำจัดแล้วยึดอำนาจ ขึ้นเสวยราชย์เป็นพระมหาจักรพรรดิ

          เจ้าฟ้ากุ้ง เคยออกบวชหนีราชภัยการเมืองภายในราชสำนักอยุธยา

          คราวนี้เองได้แต่งฉันท์เรื่องนันโทปนันทสูตร เป็นวรรณกรรมสำคัญของยุคนี้ด้วย

          ท้ายสุด พระเจ้าอุทุมพรออกบวช หลีกเลี่ยงการเมือง จนคนสมัยหลังเรียกขุนหลวงหาวัด

          เปิดทางให้พระเจ้าเอกทัศเป็นพระเจ้าแผ่นดิน จนกรุงแตก พ.ศ. 2310if (document.currentScript) {