Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2557

 

บวชการเมือง ในรัฐสุโขทัย

          มหาเถรศรีศรัทธาฯ เจ้านายรัฐสุโขทัย เป็นเชื้อสายวงศ์ละโว้-อโยธยา จากภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

          ต้องบวชลี้ภัยการเมือง เพราะถูกแย่งชิงอำนาจโดยเจ้านายเชื้อสายวงศ์พระร่วง จากล้านนา-ล้านช้าง ลุ่มน้ำโขง

          ต่อมา เจ้านายรัฐสุโขทัยแตกเป็นหลายพวก ในที่สุดก็ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) ยุคเจ้านครอินทร์

          เมื่อเจ้านครอินทร์ยึดอำนาจได้ครองรัฐอยุธยา นับแต่นั้นรัฐสุโขทัยก็ถูกผนวกเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัฐอยุธยา (ซึ่งมีพัฒนาการมานานมากก่อนรัฐสุโขทัย) ราชอาณาจักรสยามแห่งแรก

          มหาเถรศรีศรัทธาฯ เจ้านายรัฐสุโขทัย บวชการเมือง เมื่ออายุ 31 ขณะเป็นขุนศึกห้าวหาญชนช้างชนะหลายคราว

          [เป็นลูกพญาคำแหงพระราม (เจ้าเมืองสรลวงสองแคว คือพิษณุโลก) เป็นหลานพ่อขุนผาเมือง (เจ้าเมืองราด เมืองลุม ย่านลุ่มน้ำน่าน อุตรดิตถ์) เป็นหลานปู่ของพ่อขุนศรีนาวนำถุม (ผู้สถาปนาเมืองศรีสัชนาลัย สุโขทัย กษัตริย์องค์แรกของรัฐสุโขทัย เชื้อสายละโว้-อโยธยา)]

          ออกบวชที่เมืองสุโขทัย แล้วธุดงค์แสวงบุญไปนมัสการพระธาตุเจดีย์ปูชนียสถานสำคัญๆ เช่น พระธาตุเมืองฝาง (อุตรดิตถ์), เมืองแพร่ , เมืองลำพูน, เมืองตาก, เมืองนครพัน(มอญ), เมืองนครศรีธรรมราช

          แล้วอาศัยเรือพ่อค้าข้ามทะเลอันดามันไปอินเดียใต้ เข้าลังกา ชาวลังกามีศรัทธาเลื่อมใส จึงยกย่องเป็นระดับสังฆราช นามว่า มหาเถรศรีศรัทธาฯ จำพรรษาอยู่วัดในลังการาว 10 ปี

          อาศัยเรือพ่อค้าจากลังกากลับสยาม ขึ้นบกบริเวณเมืองมะริด (พม่าใต้) เดินบกทางช่องสิงขร ผ่านเมืองเพชรบุรี, เมืองราชบุรี, ถึงเมืองนครชัยศรี (นครปฐม)

          มหาเถรบอกบุญชาวบ้านสร้างพระปรางค์ไว้บนยอดพระมหาธาตุหลวงยุคทวารวดี (พระปฐมเจดีย์)

          แล้วเก็บซ่อมพระพุทธรูปปรักหักพัง เช่น พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท 4-5 องค์

          จากนั้นไปสร้างพระปรางค์ที่ลุ่มน้ำน้อย ใกล้วัดพระนอนจักรสีห์ เมืองสิงห์บุรี

          แล้วเล่านิทานลูกฆ่าพ่อฝากสถานที่ 2 แห่ง คือ เรื่องพญากง พญาพานไว้ที่เมืองนครชัยศรี กับเรื่องพญาจักรศรี ไว้ที่เมืองสิงห์บุรี

เรื่องราวทั้งหมดที่เล่าง่ายๆมานี้ มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ในศิลาจารึกสุโขทัยหลายหลัก เช่น จารึกวัดศรีชุม (สุโขทัย), จารึกเขากบ (นครสวรรค์)

ผมเป็นศิษย์ครูพักลักจำจากผู้รู้ในกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากร จึงสรุปง่ายๆได้แค่นี้ก็บุญโขแล้ว