Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2557

 

จีนตีสองหน้า?

          จีนตีสองหน้า เป็นข้อวิจารณ์กล่าวหาทางการเมืองของคนกลุ่มหนึ่ง เพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้ามที่พึ่งพาจีน

          เรื่องนี้ต้องย้อนหลังไกลๆ พิจารณานานๆ ว่า จีน เป็นมหาอาณาจักรมาแต่โบราณกาล

          จีนจึงมองอาเซียนโบราณที่ประกอบด้วยบ้านเล็กเมืองน้อยเป็นบริวารในอารักขาหรือในอุ้งมือ “บีบก็ตาย คลายก็รอด”

          นี่หมายรวมถึงไทย(สยาม)ด้วย (แต่คนยุคกรุงเทพฯแต่งนิยายชื่อประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยยิ่งใหญ่เกินจริง ในทางตรงข้ามกับทัศนะของจีน)

          เอกสารจีนบันทึกเรื่องที่จีนว่ากล่าวตักเตือนสยามไว้หลายครั้ง เพราะสยามมักเกเรรังแกเพื่อนบ้าน มีในหนังสือความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน พ.ศ. 1825-2395 (แปลจากเอกสารทางราชการของจีน) โดยคณะกรรมการสืบค้นประวัติศาสตร์ไทยเกี่ยวกับจีนในเอกสารภาษาจีน (สำนักนายกรัฐมนตรี พิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2523) จะคัดโดยสรุปดังนี้

          พ.ศ. 1838 จีนเตือนสยาม(ตามที่มลายูร้อง)ว่าอย่ารุกรานทำร้ายมลายู

          พ.ศ. 1951 จีนตำหนิสยามเรื่องรังแกจับทูตจามปา และปล้นสิ่งของสำคัญของสุมาตรากับมะละกา

          แต่จีนถือว่าสยามอยู่กึ่งกลางระหว่างทะเลสมุทรสองด้าน เป็นช่องทางติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนกับประเทศทางตะวันตก จึงกดดันกษัตริย์เก่า แล้วอุดหนุนกษัตริย์ใหม่ในอารักขาของจีนขึ้นครองอยุธยา มีบอกในเอกสารจีนว่า

          พ.ศ. 1591 จีนส่งเจิ้งเหอ (แต้ฮั้ว, ซำปอกง) ยกกองเรือกดดันกษัตริย์อยุธยาในราชวงศ์ละโว้ แล้วอุดหนุนเจ้านครอินทร์ จากสุพรรณฯ ยึดอยุธยา ให้ขึ้นเสวยราชย์ สถาปนาราชอาณาจักรสยาม

          ก่อนหน้านั้นให้กษัตริย์ใหม่ไปรับนโยบายอยู่ในจีน (ผมเคยเขียนรายละเอียดไว้ในหนังสือสุพรรณบุรี มาจากไหน? กรมศิลปากรพิมพ์แจกไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้)

จิตรกรรมเล่าเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีน ฝีมือช่างชาวจีน สมัยอยุธยาตอนต้น(ลายเส้นคัดลอกภาพจิตรกรรมฝาผนังในกรุพระปรางค์ประธานวัดราชบูรณะ จ. พระนครศรีอยุธยา โดย พเยาว์ เข็มนาค)

          ต่อมา พ.ศ. 2267 ข้าหลวงใหญ่ที่เมืองกวางตุ้ง ชื่อ เหนียนซีหยาว (นี่ซีเงียว) กราบทูลว่ากษัตริย์สยามได้ส่งข้าวสารและของพื้นเมืองมาถวายจักรพรรดิจีน มีพระราชโองการว่า

          “สยามเสี่ยงภัยมาโดยไม่หวั่นต่อทางไกล ส่งพันธุ์ข้าว ไม้ผล สุนัขล่าสัตว์ เป็นต้น เข้ามาถวาย น่าชมเชยในความอ่อนน้อมนี้ สินค้าที่เป็นอับเฉาให้อนุญาตให้ขายได้โดยยกเว้นภาษีทั้งสิ้น เพื่อเป็นรางวัลความซื่อสัตย์จงรักภักดี”

          สยามในเอกสารจีน หมายถึงรัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) และอยุธยา ไม่ใช่สุโขทัย (ตามที่เข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ในประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย)

          ดังนั้น จะแปลกอะไรถ้าจีนปัจจุบันมองไทยเหมือนสหายบริวารซุกซน (ใครจะปฏิเสธก็ได้) วุ่นวาย เพราะทะเลาะเบาะแว้งกันเอง ต้องคอยว่ากล่าวตักเตือนให้เข้าที่เข้าทางด้วยการสมานฉันท์ปรองดองน้องพี่กัน