มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2557

 

“ปลาร้า” ในภาษาไทย

หมายถึงปลาเน่าแล้วอร่อย

มาจากภาษาตระกูลมอญ-เขมร

 

          ปลาร้า มีรากจากคำเขมรว่า ปร็อละ (สำเนียงโคราชว่า ปร้า)

          แต่เป็นที่รู้และเข้าใจกันมาก่อนนานแล้ว ว่าเขมรเรียกปลาร้าว่า ปรอฮก แล้วเหตุใดไทยจึงไม่รับคำ ปร็อะฮก? เรื่องนี้ยังไม่มีผู้ใดอธิบายไว้

          (อ. ประภัสสร์ ชูวิเชียร คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งข้อสังเกตว่าชื่อ บางปรอก อยู่ อ. เมือง จ. ปทุมธานี น่าจะกร่อนจากคำเขมรว่า ปรอฮก นี่เอง เดิมจะหมายถึง บางปลาร้า)

          บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีคนนานาชาติภาษากินอาหารประเภทเดียวกันอย่างหนึ่งที่ทำให้เน่าแล้วอร่อย เช่น ปลาคลุกเกลือแล้วหมักในไห เขมรเรียกปฺรอลัก มอญเรียก พะรอกกะ

          พวกไทย (จากสองฝั่งโขง) เคลื่อนย้ายเข้ามาทีหลัง แล้วอยู่ปนกับพวกพูดเขมร ฟังคำเขมรเรียกปลาเน่าเคล้าเกลือแล้วอร่อยว่า ปร็อละ เป็น ปลาร้า เลยเรียกอย่างเขมรเพื่อความทันสมัยว่า ปลาร้า แทนคำว่าปลาแดกของลาว ซึ่งยุคนั้นถือว่าไม่ทันสมัย

          (แดก แปลว่า อัด, ยัดให้แน่น เป็นวิธีทำให้เน่าด้วยการอัดหรือยัดปลาคลุกเกลือให้แน่นในไห จึงเรียกปลาแดก)

          แต่ยังไม่ยืนยันตามนี้ทั้งหมด เพราะอาจมีผู้คิดเห็นเป็นอย่างอื่นอีกก็ได้

          พะรอกกะ ภาษามอญ แปลว่า ปลาร้า (พจนานุกรมมอญ-ไทย ฉบับมอญสยาม สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548 หน้า 177)

          (มีผู้รู้ซึ่งเป็นเชื้อสายมอญอธิบายคำว่า พะรอก ภาษาปากทั่วไปเรียก ฮะร่อก แปลว่า ของหมัก, กะ แปลว่า ปลา)

 

เน่าแล้วอร่อย

          เน่าแล้วอร่อย เป็นขบวนการถนอมอาหารไว้กินนานๆ ของคนในอุษาคเนย์ เช่น ปลาแดก, ปลาร้า, น้ำบูดู, กะปิ, น้ำปลา, ผักดอง, ถั่วเน่า

          เคยมีนักวิชาการตะวันตกศึกษาอาหารหมักดองของอุษาคเนย์ แล้วพบว่าขั้นตอนการแปรรูปอาหารประเภทเน่าแล้วอร่อย ไม่ต่างจากประเพณีทำศพของคนอุษาคเนย์

          ทำศพ เป็นประเพณีเก่าแก่ดึกดำบรรพ์สำคัญที่สุดของคนในอุษาคเนย์

          เมื่อมีคนตาย ต้องปล่อยศพเน่าโดยเก็บไว้หลายวัน บางทีเป็นเดือนเป็นปี

โครงกระดูกมนุษย์ราว 3,000 ปีมาแล้ว มีโครงปลาช่อนกับปลาดุกฝังรวมอยู่ด้วย ที่บ้านโนนวัด ต. พลสงคราม อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา (บน) โครงปลาช่อนทั้งตัว ทำให้เน่าแล้วอร่อย เหมือนปลาแดก? อยู่ในภาชนะดินเผา (ซ้าย) โครงปลาช่อนราว 9 ตัว และโครงปลาดุก 3 ตัว บรรจุรวมอยู่ในภาชนะดินเผาบริเวณปลายเท้าของโครงกระดูกมนุษย์ (ขวา) โครงกระดูกมนุษย์ ที่เหนือศีรษะมีภาชนะใส่โครงปลาช่อน (ภาพของ รัชนี ทศรัตน์ นักโบราณคดี ผู้ควบคุมการขุดค้น แล้วพบของเหล่านี้)

          ศพเน่า คือส่วนที่เป็นเนื้อหนังหุ้มกระดูกของคนตาย เน่าเปื่อยตามปกติธรรมชาติเมื่อผ่านไปหลายวัน

          ต่อจากนั้นลอกเนื้อหนังเน่าเปื่อยออก เอากระดูกล้างน้ำ แล้วสาดน้ำล้างกระดูกขึ้นหลังคาเรือนขับไล่ผีร้าย เอากระดูกไปทำพิธีอีกครั้งหนึ่ง เรียกพิธีทำศพครั้งที่ 2 เช่น ใส่ภาชนะดินเผา หรือใส่หม้อไหแล้วฝังอีกครั้งหนึ่ง, ใส่โกศ แล้วเผาบนพระเมรุมาศ

}