มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2557

 

โลกหยุดหมุน ในการศึกษาไทย

          มหาวิทยาลัยไทย ผลิตคนจบปริญญาตรี แล้วไม่มีงานทำปีละ 1.5 แสนคน

          “พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียนตลอดหลักสูตรอย่างน้อย 3-4 แสนบาทต่อคน”

          นายกฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษา (ศธ.) บอกถึงปัญหาการศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของไทย (โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2557 หน้า A6)

          แล้วย้ำอีกว่า มหาวิทยาลัยอยู่ได้ด้วยเงินของรัฐและผู้ปกครอง ถ้าผลิตคนแล้วไม่มีงานทำ ก็มีปัญหาใหญ่รออยู่ในอนาคตอย่างแน่นอน ดังนั้นต้องร่วมกันแก้ไขเร่งด่วนมาก

          “ประเทศจะขับเคลื่อนด้วยคนกลุ่มเดียว เฉพาะนักวิชาการไม่ได้” นายอมรวิชช์ นาครทรรพ นักวิชาการในตำแหน่งเลขานุการ รมช. ศธ. บอกแนวคิดทางการศึกษาไทย แล้วอธิบายอีกว่า

          “แนวคิดเรื่องการเน้นวิชาการอย่างเดียว ได้เข้าไปทำลายความสามารถและคุณสมบัติด้านอื่นๆในตัวคนเยอะ”

          “เราอาจจะได้ผู้ประกอบการศิลปินเก่งๆ แต่นักวิชาการกลับไปทำลายจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ของคนไปหมด” (ด้วยค่านิยมว่าต้องเรียนมหาวิทยาลัยเท่านั้น จึงจะประสบความสำเร็จ)

          ทัศนะอนุรักษนิยมสุดโต่งของครูอาจารย์กลุ่มมนุษยศาสตร์ (ศิลปศาสตร์แบบเก่า) และสังคมศาสตร์ ยิ่งมีส่วนทำลายพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ๆส่งผลให้ไทยไม่ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์

          พยานมีให้เห็นในการเรียนการสอนเรื่องราวเกี่ยวกับไทยๆ เช่น ภาษาไทย, วรรณคดีไทย, ประวัติศาสตร์โบราณคดีไทย, นาฏศิลป์ไทย, ดนตรีไทย, ฯลฯ

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของไทย เป็นแหล่งจัดแสดงทัศนะอนุรักษนิยมสุดโต่งไว้ได้ชัดเจนที่สุดและมากที่สุด สะท้อนโลกหยุดหมุนในการศึกษาไทย

          โลกหมุนไปข้างหน้าไม่หยุดนิ่ง แต่มหาวิทยาลัยไทยบางแห่ง มีการเรียนการสอนแบบโลกหยุดหมุนไว้แค่ยุคอาณานิคม ราว ร.4, 5