มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม  2557

 

ย่านข้าหลวงเดิม ที่บางขุนเทียน

         บางนางนอง คลองด่าน ย่านข้าหลวงเดิม สมัย ร.3 ผมไปเดินตระเวนอยู่ 2 วัน ทั้งเสาร์ 18 และอาทิตย์ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา

         เริ่มจากวัดนางนอง แล้วข้ามคลองด่านไปวัดหนัง เดินทะลุหลังวัดไปเข้าวัดศาลาครืน แล้วย้อนกลับมาเดินเข้าซอยวัดหนัง ข้ามคลองไปวัดราชโอรส (วัดจอมทอง)

คลองด่าน (หรือ คลองสนามชัย) บริเวณหน้าวัดนางนอง สมัยก่อนมีคลองสาขาแยกหลายสาย (ภาพถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2529)

         ข้าหลวงเดิม หมายถึง บุคคลระดับเครือญาติที่เคยเป็นข้ารับใช้ใกล้ชิด ร.3 ลงไปถึงบุคคลทั่วไปที่เคยรับราชการสนองพระเดชพระคุณตั้งแต่ก่อนขึ้นครองราชย์

         บางนางนอง เคยมีชื่อเรียกอย่างกวีโวหารเก่าที่สุด อยู่ในโคลงกำสรวลสมุทร (ยุคต้นอยุธยา) วรรคหนึ่งว่า “นองชลเนตร”

         แต่ปากชาวบ้านคงเรียก “นางนอง” หรือ “บางนางนอง” สืบมาดังมีหลักฐานอยู่ในกลอนเพลงยาวนิราศฯ ของ ร.1 และกวียุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น พระยาตรัง, นรินทร์อิน, สุนทรภู่ ฯลฯ

         ชื่อนางนองน่าจะมาจากสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง และมีคลองเล็กคลองน้อยหลายสายไหลมารวมกับคลองด่าน ทำให้เกิดน้ำวน แล้วท่วมเรือกสวนในฤดูน้ำหลากจนยุ่งยากในการคมนาคม

         ดังมีความพรรณนาอยู่ในโคลงนิราศพระยาตรัง สมัย ร.2 ว่า

         สาชลพฤกษพร่างขึ้น         ไขเสดิง

         นองท่านางนองสนาน            สนั่นหล้าย

         สายสินธุ์สำเริงฟอง               ฟัดฟาด  ฝั่งเอย

         นองย่านนางคล้ายคล้าย         คลั่งไหล

         และนิราศนรินทร์รำพัน ว่า “นางนองชลน่านไล้ ลบบาง

         นางนองน่าจะเป็นชุมชนสำคัญในท้องถิ่นเส้นทางคลองด่านนี้แล้ว ตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของยุคอยุธยา เพราะกวีโบราณกล่าวถึงบางนี้ไว้

         เช่น เป็นจุดพักการเดินทางไปเมืองเพชรบุรี และศูนย์กลางแลกเปลี่ยนสินค้าของชาวสวนอย่างใดอย่างหนึ่ง

         ชุมชนบางนางนองจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่รู้

         แต่มีร่องรอยศิลปกรรมบางอย่างที่ น. ณ ปากน้ำ เคยสำรวจตรวจสอบไว้ว่าเป็นวัดเก่ายุคอยุธยา