มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 22 ตุลาคม  2557

 

ความเป็นมนุษย์บกพร่อง ของฝูงคนดี

          ความรู้แยกย่อยเป็นเสี่ยงๆที่สอนในมหาวิทยาลัยไทย ทำให้ความเป็นมนุษย์บกพร่อง จึงแสดงตนเป็นคนดีโดยไม่เห็นหัวคนอื่น

          มนุษยศาสตร์ หมายถึงความรู้พื้นฐานของความเป็นคน

          ในตำนานนิทานของไทยเรียกมนุษยศาสตร์ว่าศิลปศาสตร์ ประกอบด้วยความรู้หลายอย่างไม่จำกัดตายตัว แต่เฉพาะที่จำเป็นสำหรับการครองชีวิตของคน ที่คนต้องเรียนรู้เป็นองค์รวมโดยไม่แยกย่อยเป็นรายวิชา

          สมัยก่อนของศิลปศาสตร์ว่ามี 18 ประการบ้าง, 38 ประการบ้าง, ฯลฯ เพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของสังคมยุคนั้นๆ

          แต่ศิลปศาสตร์ในมหาวิทยาลัยทุกวันนี้ แยกย่อยรายวิชาเป็นเสี่ยงๆ

          โดยมีต้นแบบจากตะวันตก เรียก Liberal Arts ซึ่งครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่เคยเขียนบอกนานแล้วว่าควรเรียก เสรีศาสตร์ คือ นักศึกษาเลือกเรียนอย่างเสรีในวิชาใดก็ได้

          (ซึ่งต่างจากศิลปศาสตร์ในความหมายเดิมต้องเรียนรู้รวมหมดทุกวิชา)

          “มนุษยศาสตร์ที่แยกเป็นรายวิชาโดยไม่รู้องค์รวมทั้งหมด เลยไม่มีทักท้วงถกเถียงซักถาม ทำให้ขาดแนวคิดแตกแขนง” ข้อความนี้ผมจำคำสนทนานานหลายวันแล้วของ อ.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดี คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

          ยกตัวอย่าง เมื่อเลือกเรียนวิชาขุดดิน ก็เรียนแต่การขุดดินโดยไม่อ่านหนังสืออย่างอื่น ไม่อ่านประวัติศาสตร์, วรรณคดี, ดนตรี, ฯลฯ เมื่อพบสิ่งของจากใต้ดินที่ขุดพบ เลยอธิบายไม่ได้ว่านั่นอะไร? เกี่ยวข้องกับสังคมอย่างไร?

          กลายเป็นคนเก็บกดและปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก เพราะไม่พร้อมจะคุยกับคนอื่นที่คิดต่าง แล้วพาลกล่าวหาคนคิดต่างว่าคิดเลว โดยมีตัวเองคิดดีเหนือคนอื่นหมด

          มนุษยศาสตร์แบบนี้เลยแสดงออกอย่างเพ้อและพล่าม มีผลงานวิจัยหลายร้อยเล่มเกวียนอยู่ในตู้เหล็กของมหาวิทยาลัย(ที่ใส่กุญแจอย่างดี แล้วทำลูกกุญแจหาย) แต่วนเวียนในอ่างที่มีกะลาครอบอย่างหนักและหนา

          ใช้งานอะไรไม่ได้ นอกจากเอากระดาษพิมพ์งานวิจัยเหล่านั้นชั่งกิโลขายไปรีไซเคิล เป็นกระดาษสีน้ำตาลทำกล่องหนาๆ ไว้ใส่ของหนักๆ