มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2557

 

ไม่ใช่จำอย่างเดียว

          “สังคมภายนอกมองระบบการศึกษาไทยอย่างดูแคลนว่าล้มเหลว

          ฉะนั้นทุกคนที่รับผิดชอบคือจำเลยของสังคม จึงอยากให้นำความคาดหวังและแรงบีบคั้นเหล่านั้นมาเป็นพลังทำให้ผลผลิตดีขึ้น

          ทำให้ผลการประเมินออกมาเป็นที่น่าพอใจ เด็กมีความคิด มีเหตุผล ไม่ใช่จำอย่างเดียว

          และเติบโตขึ้นอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา และทำให้สังคมมองระบบการศึกษาอย่างยอมรับ

          ซึ่งหวังว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในปีนี้”

          พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในงานมอบนโยบายให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขตทั่วประเทศ เมื่อเร็วๆนี้         

          (โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม 2557 หน้า A6)

คัดค้าน – กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ คัดค้านการปลูกฝังค่านิยม 12 ประการ และไม่เห็นด้วยกับนโยบายปฏิรูปการศึกษาที่เน้นการท่องจำ ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ 14 ต.ค. (ภาพและคำบรรยายจาก ข่าวสด วันพุธที่ 15 ตุลาคม 2557 หน้า 1)

ครูและผู้บริหาร ไม่ปฏิรูป

          ปฏิรูปการศึกษาในเอกสารข้อมูลปฏิรูป 11 ด้าน ของคณะเตรียมงานปฏิรูปฯ มีบางประเด็นดีมากๆ แต่ไม่เคยทำได้ดีๆ เช่น

          1. เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการกำหนดนโยบายและมีแนวทางเฉพาะ เช่น ถ่ายโอนสถานศึกษาให้ อปท. ดูแล และจัดการศึกษาร่วมกัน

          2. ชุมชนมีส่วนร่วมจัดการศึกษาเพื่อให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน

          3. เปิดให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในหลากหลายสาขาวิชาชีพเข้ามาเป็นครู

          ผู้มีประสบการณ์ตรงคนหนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันออก เล่าให้ฟังว่าได้รวบรวมหนังสือใหม่ๆไว้เกือบพันรายการ แล้วบอกทางผู้อำนวยการและครูบรรณารักษ์จะมอบให้โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอแห่งหนึ่งที่นั่น

          ต้องทั้งตามและเตือนซ้ำๆ รอนานมากกว่า 1 ปี ถึงยอมรับแล้วช่วยกันขนหนังสือไปเข้าห้องสมุดโรงเรียน

          ผู้บริจาคหนังสือคนนี้ยังบอกผู้บริหารว่ายินดีจะสนับสนุนหาหนังสือออกใหม่ล่าสุดมาบริจาคต่อไปอีก และจะเชิญชวนผู้รู้ผู้มีประสบการณ์จากกรุงเทพฯ ไปทำกิจกรรมความรู้และแนะนำหนังสือเหล่านั้นให้นักเรียน ถ้าทางโรงเรียนพร้อมจะทำ

          จนถึงขณะนี้นานมากกว่า 1 ปี ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้บริหารโรงเรียนและครูบรรณารักษ์ จนคนผู้นั้นเซ็งไปเอง

          แต่จะหาช่องทางให้เด็กนักเรียนไม่เสียโอกาสอีกต่อไป ไม่ท้อแท้ แม้ครูและผู้บริหารจะไม่ไยดีการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคเอกชนก็ตาม