มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 15 ตุลาคม  2557

 

สู่สังคมไทยเสมอหน้า

          “สังคมไทยร่วมสมัย มีความไม่เท่าเทียมสูงมาก ทั้งด้านรายได้, ความมั่งคั่ง, และอำนาจ”

250 บาท

          ผาสุก พงษ์ไพจิตร บอกในย่อหน้าแรกของบทความเรื่องความมั่งคั่ง อำนาจ ความไม่เท่าเทียม พิมพ์รวมเป็นเรื่องแรกของหนังสือสู่สังคมไทยเสมอหน้า (สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ. 2557) แล้วเขียนบอกต่อไปอีกว่า

          ความไม่เท่าเทียมเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ “ตอกลิ่มความขัดแย้งในสังคม…บั่นทอนความไว้วางใจซึ่งกันและกันของสมาชิกต่างฐานะ”

          และทำให้ “ผู้คนไม่อาจรู้สึกเป็นชุมชนเดียวกันได้อย่างสมัครใจ     เนื่องจากเห็นความแตกต่างที่เหลือหลาย”

          การแก้ไขความไม่เท่าเทียมในเมืองไทยที่มีสูงในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำ มาตรการที่สำคัญคือการจัดหาสินค้าและบริการสาธารณะที่ทั่วถึง โดยเฉพาะสินค้าและบริการสาธารณะที่เพิ่มความสามารถและโอกาสทำงานให้กับประชาชนระดับล่าง

          “ประสบการณ์ของหลายประเทศแสดงให้เห็นว่า ระบอบประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ การที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศอย่างเต็มที่ เป็นพลังที่จะทำให้เกิดมาตรการที่กล่าวมา และส่งผลให้ลดความไม่เท่าเทียมลงได้”

          ความไม่เท่าเทียม ผาสุกบอกว่าสินค้าและบริการสาธารณะที่มีจำกัดนั้น คนทั่วไปไม่มีโอกาสเข้าถึง หรือมีน้อย

          “อะไรที่มีน้อย จะตกอยู่ในมือคนมั่งมี หรือมีเส้นสาย”

          พิพิธภัณฑ์ไทยเป็นบริการสาธารณะที่มีน้อย จึงตกอยู่ในมือของคนมั่งมีชั้นสูง หรือผู้มีเส้นสายคนชั้นสูง เห็นได้จากพิพิธภัณฑ์ไทยไม่สนองสามัญชนคนทั่วไป แถมรังเกียจเสียดเย้ยด้วยซ้ำ

          “โครงสร้างความมั่งมีที่กระจุกตัวอยู่ในมือคนกลุ่มน้อยของประเทศ ฝ่ายข้าราชการก็ยังมีอำนาจสูง”

          มีพยานเห็นได้จากข่าวการมีพิรุธในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ลพบุรี ทุกอย่างอยู่ในอำนาจของข้าราชการ โดยที่สาธารณชนคนทั่วไปถูกปิดกั้น

          ผาสุกบอกอีกว่าประสบการณ์ของหลายประเทศ แสดงให้เห็นว่าประชาธิปไตยเท่านั้นที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนและสื่อสารมวลชน เพื่อที่จะมีส่วนร่วมในการวางนโยบาย ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปด้านต่างๆ ควบคู่ไปกับขยายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          “ระบอบประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ และขบวนการประชาชน เป็นพลังที่จะคานกับคณาธิปไตยและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะต้องให้การเมืองในระบบรัฐสภาประชาธิปไตยพัฒนาต่อไป”

          บรรดากลุ่มขัดขวางการเปลี่ยนแปลง ย่อมแสดงตนขัดข้องพิศวงสงสัยเพื่อต่อต้านประชาธิปไตย แล้วพร่ำเพรียกเรียกหาทหารยึดอำนาจ}