มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม  2557

 

คลองสวย น้ำใส ได้เงินทอน

           “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” กิจกรรมประจำปีของเครือมติชน ต่อเนื่องมาหลายปี มีให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างน้อย 2 แห่ง คือ

           เมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) และคลองเปรมประชากร (กทม.-ปทุมธานี-พระนครศรีอยุธยา)

           สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้และต้องทำต่อเนื่อง คือแบ่งปันความรู้ ถ้าขาดสิ่งนี้ก็เท่ากับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เพราะแหล่งน้ำจะกลับสู่สภาพเดิมในไม่ช้า เป็นปัญหาเหมือนเดิมก่อนพัฒนา

           คลองสวย น้ำใส

           กระทรวงมหาดไทย มีโครงการ“คลองสวย น้ำใส” ปรับปรุงสภาพแม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆทั่วประเทศ

           มีพื้นที่เป้าหมายเน้นหนักเป็นพิเศษในระยะแรก ได้แก่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา, ลุ่มน้ำท่า จีน, ลุ่มน้ำแม่กลอง, ลุ่มน้ำป่าสัก, ลุ่มน้ำบางปะกง, บึงบอระเพ็ด, และกว๊านพะเยา (ข่าวสด ฉบับวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2557 หน้า 10)

           กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวคิดจ้างชาวนาขุดลอกคลอง แก้ไขซ่อมแซมระบบชลประทานที่ขาดการบำรุงรักษาต่อเนื่องมาหลายปี (มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2557 หน้า 1)

           มหาดไทย-เกษตร-ศึกษา-วัฒนธรรม

           โครงการของมหาดไทยกับแนวคิดของเกษตรสอดคล้องกัน ไปด้วยกันได้ดีมาก ถ้าร่วมกันทำได้จริง (แต่ความจริงที่ผ่านๆส่วนมากคือไม่สำเร็จ)

           ถ้าจะให้สมบูรณ์สุดยอด ต้องกระทรวงศึกษากับกระทรวงวัฒนธรรมเข้าร่วมด้วยช่วยกันแบ่งปันความรู้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ (แต่เป็นไปได้ยากมากๆ)

           ศึกษาไทย ไม่มีภูมิประเทศ

           การศึกษาไทยไม่ให้ความสำคัญความรู้แผนที่และภูมิประเทศ แม้ประวัติศาสตร์ก็ไม่มีภูมิศาสตร์และไม่มีท้องถิ่น (กระทรวงวัฒนธรรมเองก็ไม่ใส่ใจ เพราะอยากแสดงตนเป็นไทยแท้ๆโดยรักดนตรีไทย อยากรำไทย)

           ครูบาอาจารย์ถูกครอบงำด้วยการศึกษาที่มองข้ามเรื่องราวของผู้คนสามัญและพื้นที่ในท้องถิ่น เมื่อสอนหนังสือจึงไม่มีคนท้องถิ่นและหุบเขา ทุ่งราบ แม่น้ำ ลำคลอง ห้วยหนองบึงบุ่งทามในท้องถิ่นตัวเองให้นักเรียนรู้และเข้าใจ

           ทั้งหมดนี้มีส่วนส่งผลให้ภูมิประเทศถูกทำลาย แหล่งน้ำสาธารณะเสียหาย

           ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำลำคลอง

           หลังน้ำท่วมใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2554 รัฐบาลทุ่มเทงบประมาณมหาศาลปรับปรุงสภาพแม่น้ำลำคลองทั่วประเทศ รวมทั้งบริเวณท้องถิ่น กทม. (ของพรรคประชาธิปัตย์)

           วูบเดียวแล้วเงียบหายไป โดยไม่มีกิจกรรมแบ่งปันความรู้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ

           ทุกอย่างเข้ากันได้กับคำพังเพยเก่าๆว่า “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” (รวมลำคลองหนองบึงบุ่งทาม) พอเข้าหน้าฝนทุกปีก็ตำน้ำพริกกันใหม่

           เพราะคนทั่วไปมองไม่เห็นท้องน้ำ จึงจับไม่ได้ไล่ไม่ทันว่าทำมากน้อยขนาดไหน? สมราคาที่จ่ายหรือไม่? ทำจริงหรือเปล่า?

           ไมค์ทองคำ ยิ่งตอกย้ำให้คนทั่วไปไม่เชื่อมั่น ไม่วางใจ ไม่เลิกหวาดระแวงรัฐราชการว่าจะไม่มีเงินทอนก้อนโตๆ}