มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม  2557

 

สิงคโปร์เรียนน้อย รู้มาก

ไทยเรียนมาก รู้น้อย

 

          ไทยจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษามากที่สุดในโลก เมื่อคิดเป็นสัดส่วนของงบประมาณแผ่นดิน”

          ผศ. ดร. การดี เลียวไพโรจน์ (อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) บอกประชาชาติธุรกิจอีกว่า  

          แต่ไร้ประโยชน์ เพราะมีเงินมาก แต่วิสัยทัศน์ หรือกระบวนการเรียนการสอนถูกบิดเบือน ตัวอย่างระดับอุดมศึกษาของไทย“เน้นการเรียนการสอนมาก แต่ผลลัพธ์ความรู้น้อย”

          สิงคโปร์มีนโยบายการศึกษาเน้นๆแบบ Teach Less Learn More แปลตรงตัวว่า“สอนน้อยลง แต่ให้เด็กเรียนรู้ได้มากขึ้น” โดยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์คิดนอกกรอบ และมีทักษะการใช้ชีวิต (หมายถึง รู้เท่าทันโลกและชีวิต)

          (สรุปจากประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ 29 กันยายน-พุธที่ 1 ตุลาคม 2557 หน้า 12)

          แต่ไทยมีนโยบายการศึกษาตรงข้ามสิงคโปร์ทุกอย่าง คือ “สอนมากขึ้น ให้เด็กเรียนรู้ได้น้อยลง” โดยกดทับความคิดสร้างสรรค์ โดยเน้นคิดในกรอบ และขาดทักษะการใช้ชีวิต (หมายถึง รู้ไม่เท่าทันโลกและชีวิต)

          มหาวิทยาลัยไทยเกือบทั่วประเทศให้ความสำคัญห้องเรียนเหนือสิ่งอื่นใด เพราะอาจารย์ต้องการสอนมากๆ แต่ให้นักศึกษาเรียนรู้น้อยๆ เชื่อฟังท่องจำทุกอย่างที่อาจารย์สอนในห้องเรียนเท่านั้น

          ใครซักถามโต้แย้ง จะแสดงอาการโมโหโกรธาเอะอะโวยวายเกรี้ยวกราดเหมือนสมภารเจ้าวัดเถรวาทไทย

          บางแห่งถึงขนาดห้ามอ่านหนังสือหรือใช้แนวคิดของอาจารย์ภายนอก ยิ่งเป็นของคนที่ไม่ใช่อาจารย์ ยิ่งห้ามเด็ดขาด ใครอ้างอิงจะถูกตัดเกรด ตัดคะแนน หรือสอบไม่ผ่าน

 

เรียนหนัก เน้นท่องจำ

          ชัยชนม์ทรรศ ศรีวรรัตน์ (โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เหรียญทองการแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ปี 2557) กล่าวว่า

          ปัญหาเกิดจากหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนอยู่ในเวลานี้เป็นแบบท่องจำ ซึ่งการเรียนแบบท่องจำเป็นการเรียนเพื่อนำไปสอบเพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับการใช้ชีวิตและการศึกษาได้จริง ใช้ได้เพียงแค่สอบให้ผ่านเกณฑ์ตามที่หลักสูตรได้วางเอาไว้

          เมื่อเปรียบเทียบกับที่เคยได้สอบแข่งขันระหว่างประเทศ ข้อสอบที่มีการแข่งขันต่างจากของไทยมาก

          ของไทยจะต้องสอบแบบท่องจำ คือต้องตอบข้อสอบตรงตามทฤษฎีทุกอย่าง แต่ของต่างประเทศเป็นข้อสอบเพื่อให้เราได้คิดและวิเคราะห์

           (โพสต์ทูเดย์ @Weekly วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557 หน้า 04)