มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน  2557

 

ความรู้ศักดิ์สิทธิ์ของไทย“อันละเมิดมิได้”

          การศึกษาไทยถูกเพื่อนบ้าน (ที่ไทยดูถูกเหยียดหยาม) แซงล้ำหน้า เพราะไทยยกย่องวิชาความรู้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา (ที่ใช้ภาษาบาลี) อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนบอกไว้ในบทความเรื่องอวสานของนักวิชาการ (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2557 หน้า 20) โดยสรุปว่า

จงงมงายต่อไปกับประวัติศาสตร์ “สุโขทัย” ที่เพิ่งสร้าง (210 บาท)

          ความรู้ (วิชชา) มีอยู่หนึ่งเดียวซึ่งสัมพันธ์กับความจริงทางศาสนาด้วย ดังนั้นความรู้จึงมีศักดิ์สูงกว่าอะไรหมดทุกอย่าง ไม่ว่าใครพูดก็จะตรงกันทั้งสิ้น

          เมื่อความรู้มีศักดิ์สูงอย่างนี้ วิธีเรียนรู้มีอย่างเดียว คือ ทำความเข้าใจแล้วจำไว้

          แทนที่จะทำความเข้าใจ แล้ววิพากษ์เพื่อหาจุดอ่อนของความรู้นั้นๆ ว่ามันจริงได้เฉพาะในเงื่อนไขจำกัดบางอย่าง หากพ้นออกไปจากเงื่อนไขนั้น มันก็อาจไม่จริง หรือจริงไม่หมดก็ได้

          ผลก็คือ การศึกษาและภูมิปัญญาไทยยืนอยู่กับที่ตลอดมา ในขณะที่เพื่อนบ้านรุดหน้าไปอย่างช้าๆ จนเลยเราไป

          [ยังมีข้อสังเกตที่ อ. นิธิ ใส่วงเล็บตอนท้าย ว่าในไทย ศัพท์บาลีขลังกว่าศัพท์สันสกฤต เพราะศัพท์สันสกฤตใช้ทางโลกย์ แต่ศัพท์บาลีใช้ทางธรรม]

          ความรู้เป็นความเห็นอย่างหนึ่งที่ต้องวิพากษ์ได้ อ. นิธิ อธิบายว่า

          ที่เรียกว่าความรู้นั้น ที่จริงก็คือความเห็น ไม่ได้มีอะไรต่างกัน

          ดังนั้น การศึกษาเล่าเรียน คือ การทำความเข้าใจความเห็นของคนอื่นอย่างถึงแก่น แล้วพยายามมองหาจุดแข็งจุดอ่อนของความเห็นนั้น โดยไม่เกี่ยวว่าความเห็นนั้นเป็นของคนที่ได้รับยกย่องให้เป็นปราชญ์หรือไม่ เป็น‘บิดา’ของวิชาโน้นวิชานี้หรือไม่ หรือสวมเสื้อสีอะไร

          ในขณะเดียวกัน ใครก็ตามที่จะนำเสนอความเห็นของตนต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ หรือช่างตัดผม ต้องไตร่ตรองและค้นคว้าหาข้อมูลเพียบพร้อมขึ้น เพื่อทำให้ความเห็นนั้นได้ถูกรับฟัง ไม่ใช่เพราะสถานะของตนเองเท่านั้น

          แต่ในมหาวิทยาลัยไทยไม่เป็นอย่างนั้น

          โดยเฉพาะในการเรียนการสอนวิชาความรู้เกี่ยวกับไท้ยไทย เช่น ภาษาไทย, วรรณคดีไทย,  ดนตรีไทย, นาฏศิลป์ไทย, ประวัติศาสตร์โบราณคดีไทย

          ถูกครูบาอาจารย์แช่แข็งไว้กับความเห็นของนักปราชญ์ และ“บิดา”ทั้งของไทยเองและจากฝรั่งเศสที่สถาปนาไว้ ราว 100 ปีมาแล้ว โดย“ผู้ใดจะละเมิดมิได้” จึงไม่อนุญาตให้วิพากษ์ใดๆ

          ถ้าแก้ไขลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของวิชาไท้ยไทยลงไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าการศึกษาใดจะก้าวหน้าทัดเทียมเพื่อนบ้านอาเซียน

          ขณะเดียวกันก็ต้องงมงายต่อไป ว่าไทยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต, สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย และแผ่อำนาจสุดคาบสมุทรมลายู, พ่อขุนฯประดิษฐ์อักษรไทย, ดนตรีและนาฏศิลป์ไทย เป็นของไทยแท้ ไม่เหมือนใครในโลก ฯลฯ

          เอากันเข้าไป พวกมนุษย์ต่างดาว จากดาวอังคาร?} else {