มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 16 กันยายน 2557

 

แรงงานเพื่อนบ้าน ไม่ใช่ต่างด้าว

          “กรมการจัดหางานอยากขอความร่วมมือสื่อมวลชน ในการเปลี่ยนคำเรียกแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ เมียนมาร์ กัมพูชา และลาว จากเดิมที่เรียกว่า ‘แรงงานต่างด้าว’ขอให้เรียกว่า ‘แรงงานเพื่อนบ้าน’

          เพื่อความเหมาะสมและให้เกียรติแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย รวมทั้งยังจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีอีกช่องทางหนึ่งให้กับประเทศไทยว่าไม่มีการค้ามนุษย์ หรือการกดขี่แรงงาน”

          “เพราะเรียกแรงงานเพื่อนบ้านว่าแรงงานต่างด้าว เท่ากับไม่ให้เกียรติผู้ที่มาร่วมสร้างระบบเศรษฐกิจไทย”

          นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยต่อสื่อแขนงต่างๆ (เดลินิวส์ ฉบับวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2557 หน้า 14)

          “ต่างด้าว” เป็นคำดูถูก ที่คนไทยแต่ก่อนเรียกเจ๊กจีนหอบเสื่อผืนหมอนใบอพยพจากเมืองจีนมาเป็นกุลีในเมืองไทย (กุลี หมายถึง คนรับจ้างทำงานหนัก, คนขายแรงงานยุคต้นกรุงเทพฯ) สมัยหลังๆเหมารวมเรียกต่างชาติเป็นต่างด้าวได้หมด

          การดูถูกเพื่อนบ้านมีแล้วตั้งแต่ยุคอยุธยา แต่เห็นมากและชัดเจนในยุคกรุงรัตนโกสินทร์

          ชื่อเพลงดนตรีไทยขึ้นต้นด้วยชื่อชาติพันธุ์อย่างดูถูก เริ่มนิยมอย่างแพร่หลายตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 2400 หรือราวรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา เพื่อแสดงความเป็นอื่นที่ด้อยกว่า และอวดความเป็นสยามที่เหนือกว่า เช่น เขมรป่าดง, ขอมแปรพักตร์, ฯลฯ

          แต่อีกด้านหนึ่งก็แสดงให้เห็นลักษณะความสัมพันธ์แบบเครือญาติของสยามกับเพื่อนบ้านโดยรอบที่ระบุชื่อชาติพันธุ์ เช่น เขมรพายเรือ, พม่าแทงกบ, มอญดูดาว, ลาวกระทบไม้, ญวนทอดแห, จีนขิมเล็ก, แขกต่อยหม้อ, ฯลฯ

          เพลงออกภาษา, สิบสองภาษา แสดงความด้อยกว่าของคนอื่น และเหนือกว่าของสยาม

          เห็นได้จากเริ่มต้นด้วยเพลงกราวนอก ถือเป็นทำนองไทย เนื้อร้องแสดงการยกทัพที่มีไทยเป็นแม่ทัพ เพลงต่อไปมีเนื้อร้องตอนหนึ่งว่ายกทัพไปจับมอญและคนอื่นๆ

          ทำนองเพลงต่อจากนั้นเป็นลักษณะที่ไทยยกตนข่มท่าน คือเหยียดชาติพันธุ์อื่นๆ ล้วนล้าหลังตลกคะนอง, โง่เง่าเต่าตุ่น, และบ้านนอก เป็นต้น

          แท้จริงแล้วบรรพชนคนอาเซียนเพื่อนบ้าน ล้วนเป็นบรรพชนคนไทยด้วย

          เพราะไทย, คนไทย, ความเป็นไทย, วัฒนธรรมไทย มีขึ้นจากการประสมประสานของคนหลายชาติพันธุ์หรือหลายตระกูลในอาเซียน เช่น ลาว, มอญ-เขมร, ม้ง-เย้า, ชวา-มลายู, ฯลฯ

          คนแต่ก่อนจึงเรียกคนอย่างรวมๆที่อยู่ในดินแดนสยามว่าชาวสยาม โดยไม่ระบุชื่อชาติพันธุ์

          แต่รัฐบาลเผด็จการทหารสมัยหลัง เปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามเป็นไทย, และชื่อคนจาก ชาวสยาม เป็น ชาวไทย, คนไทย

          เพื่อยกชนชาติไทยอยู่เหนือชนชาติอื่นที่เป็นเครือญาติชาติพันธุ์ จึงก่อให้เกิดปัญหาขัดแย้งทางการเมืองสืบเนื่องจนทุกวันนี้ ยังแก้ไม่จบ}