มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2557

 

นาตาแฮก 2,500 ปีมาแล้ว

ถึงแรกนาขวัญ ปัจจุบัน

 

          แรกนาขวัญ ทุกวันนี้ มีพัฒนาการจากนาตาแฮก (นาตาแรก) ราว 2,500 ปีมาแล้ว

          เพื่อขอความมั่นคงและมั่งคั่งทางพืชพันธุ์ธัญญาหารของชุมชนและบ้านเมือง

          ครั้นบ้านเมืองเติบโตขึ้นเป็นรัฐ บรรดาราชสำนักทั้งหลายก็ให้มีพิธีจรดพระนังคัล แรกนาขวัญ โดยสืบพิธีกรรมปักกกแฮก ในนาตาแฮก แล้วเพิ่มพิธีพราหมณ์กับพุทธให้ขลังและศักดิ์สิทธิ์ขึ้น

ปักกกแฮก ในนาตาแฮก เมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว มีต้นข้าวปักดำเป็นแถว มีวัวหรือควาย กับมีคนถืออาวุธทำท่าล่าวัวควาย และมีมือประทับทำแนวโค้ง พร้อมด้วยลายขีดข่วน รูปสัญลักษณ์ที่ยังไม่รู้ความหมาย (ลายเส้นจำลองจากภาพเขียนสีที่ผาหมอนน้อย อ. โขงเจียม จ. อุบลราชธานี)

แรกนาขวัญ ในรัฐยุคแรกๆ

          แรกนาขวัญยุคต้นอยุธยา เป็นตัวอย่างรัฐยุคแรกๆ ที่ชนบทหมู่บ้านทุกแห่งที่ทำพิธีนี้จะมีธงปักและผูกคันไถปลิวไปตามลมทุกหนทุกแห่ง ทวาทศมาส (โคลงดั้น) วรรณกรรมครั้งนั้น พรรณนาดังนี้

          เดือนหกเรียมไห้ร่ำ            ฤๅวาย

          ยามย่อมชนบทถือ                  ท่องหล้า

          ธงธวัชโบกโบยปลาย             งอนง่า

          คิดว่ากรกวักข้า                      แล่นตาม ฯ

จรดพระนังคัล แรกนาขวัญ ในลายประทับรูปบุคคล คันไถ และวัว ราว 700 ปีมาแล้ว บนเศษภาชนะดินเผาจากเตาเผาบ้านบางปูน ต. พิหารแดง อ. เมือง จ. สุพรรณบุรี

          จนถึงยุคปลายอยุธยาก็ยังมีพรรณนาแรกนาขวัญไว้ในนิราศธารโศกของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (กุ้ง) ว่า

          เดือนหกสรกฝนสวรรค์         จรดนังคัลตามพิธี

          แรกนาเข้าธรณี                        พี่ดูเจ้าเปล่าใจหาย

          เดือนหกตกครั่นครื้น             ฝนสวรรค์

          พิธีจรดนังคัล                           ก่อเกล้า

          แรกนาจอมไอศวรรย์               กรุงเทพ

          พี่แลบเห็นเจ้า                         เปล่าแล้วใจหาย

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัล จิตรกรรมฝาผนัง สมัย ร.5 ในพระอุโบสถวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ

          แรกนาขวัญ เป็นภาษาของคนในภาคกลางที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตรงกับภาษาของคนบริเวณสองฝั่งแม่น้ำโขงว่า นาตาแฮก (แฮก คือ แรก) หมายถึง การไถนาทำนาปลูกข้าวครั้งแรกในนาจำลองขนาดเล็กๆ ที่สมมุติขึ้น

(ซ้าย) พิธีแรกนาขวัญ พระยาแรกนาทำพิธีแรกนาที่ท้องสนามหลวง (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ) (ขวา) พิธีจรดพระนงคัลแรกนาขวัญที่ท้องสนามหลวง พ.ศ. 2547

          แล้วมีพิธีสู่ขวัญวิงวอนร้องขอต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ (บางทีเรียกผีนาหรือพระภูมินา) จงบันดาลให้ทำนาจริงๆ ได้ผลผลิตเป็นข้าวงอกงามอุดมสมบูรณ์เหมือนนาจำลองที่สมมุติขึ้นครั้งแรกนี้

          พิธีอย่างนี้มีมาแต่ดั้งเดิมในชุมชนดึกดำบรรพ์ราว 3,000 ปีมาแล้ว สมัยก่อนๆ ทุกคนมีอาชีพทำนาต้องทำกันทั่วไปก่อนจะลงมือทำนาจริง

          ต่อมาเมื่อราชสำนักรับแบบแผนฮินดูจากชมพูทวีป (อินเดีย) จึงปรุงแต่งให้สอดคล้องกับพิธีพราหมณ์เพื่อความศักดิ์สิทธิ์สูงขึ้น เช่น มีพระโคเสี่ยงทาย มีเชิญเทวดามาเสกเป่าข้าวเปลือกที่ใช้หว่านในพิธี เมื่อเสร็จงานก็ให้ชาวบ้านแย่งกันเก็บเม็ดข้าวเปลือกไปบูชา และโปรยลงในนาของตนเพื่อให้ได้ผลผลิตเป็นเมล็ดข้าวมากขึ้น และรอดพ้นจากภัยธรรมชาติ

          ภาษาทางราชการเรียก จรดพระนังคัล เป็นคำเขมร (นังคัล คือ ผาลไถนา) แปลว่าไถนาครั้งแรก

          มีหลักฐานยืนยันในเอกสารเก่าแก่ว่า พระเจ้าแผ่นดินเมื่อราว 700 ปีมาแล้วมอบให้เจ้านายและขุนนางทำพิธีนี้เพื่อความมั่งคั่งในพืชพันธุ์ธัญญาหารของราชอาณาจักร จะละเว้นมิได้ ต้องทำทุกปี จึงมีสืบเนื่องมาจนปัจจุบันนี้

ชาวบ้านกำลังแรกนาขวัญในท้องนา ย่านโพธิ์สามต้น ที่พระนครศรีอยุธยา (ภาพเก่าราว 20 ปีมาแล้ว)