มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2557

 

กรุงเทพฯ ยุคทวารวดี มีป่าชายเลน

          กรุงเทพฯ ยุคทวารวดี เป็นที่ราบน้ำท่วมกว้างใหญ่ ยังไม่เหมาะสร้างบ้านแปลงเมือง

          ชายฝั่งทะเลโบราณยุคทวารวดี อยู่แถวๆ ศาลพันท้ายนรสิงห์ คลองโคกขาม อ. เมือง จ. สมุทรสาคร (ไม่ไกลจากถนนพระราม 2)

          มีพยานเป็นซากเรือยุคทวารวดีจมในนากุ้ง (หลังวัดวิสุทธิวราวาส ใกล้ศาลพันท้ายนรสิงห์) ซึ่งกรมศิลปากรกำลังขุดขณะนี้ และเคยขุดพบมาก่อนที่บ้านนาขอมถัดไป

          ข้อมูลเหล่านี้ ผมได้จากบทความเรื่องการตีความใหม่เรื่องขอบเขตแนวชายฝั่งทะเลโบราณสมัยทวารวดี บนที่ราบภาคกลางตอนล่าง ของ ดร. ตรงใจ หุตางกูร

          พิมพ์อยู่ในวารสารดำรงวิชาการ ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับมกราคม-มิถุนายน 2557)

          ดร. ตรงใจ บอกไว้โดยสรุปตอนหนึ่ง ว่า

          “แนวชายฝั่งทะเลสมัยทวารวดี มีผืนป่าชายเลนอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ อ. พระประแดง จ. สมุทรปราการ

          ดังนั้น แนวชายฝั่งทะเลร่วมสมัยกับทวารวดี จึงมีขอบเขตไม่อยู่เหนือไปกว่าพื้นที่กรุงเทพมหานคร”

          และ“เป็นไปไม่ได้ที่น้ำทะเลจะขึ้นไปประชิดถึงที่ตั้งเมืองสำคัญของทวารวดี อาทิ อู่ทอง หรือเมืองนครปฐมโบราณ”

          ก่อนยุคทวารวดีหลายพันปี เคยมีชายฝั่งทะเลเว้าลึกถึงสุพรรณบุรี ไม่ใช่มีในยุคทวารวดี

          แนวชายฝั่งทะเลโบราณ มีสภาพนิเวศแบบผืนป่าชายเลน เมื่อราว 8,400 ปีมาแล้ว น้ำทะเลขึ้นไปถึงพื้นที่ จ. สุพรรณบุรี ถึง จ. อ่างทอง

          ต่อมาเมื่อเกิดการถดถอยของน้ำทะเลตั้งแต่ราว 7,000 ปีมาแล้ว ทำให้แนวชายฝั่งทะเลเคลื่อนที่ลงมาทางทิศใต้อย่างต่อเนื่องจนมาอยู่ระดับปัจจุบัน

          แต่กรุงเทพฯ ไม่มีมิวเซียมกรุงเทพฯ (มีแต่พวกดีแต่พูด ว่าจะสร้างหลายสิบปีมาแล้ว) คนกรุงเทพฯและคนทั้งประเทศเลยเข้าไม่ถึงความรู้ดีๆวิเศษๆที่มีพิมพ์อยู่ในวารสารดำรงวิชาการอย่างนี้