มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม  2557

 

เขาเหวตาบัว ทิวเขาพังเหย ที่ลพบุรี-โคราช

           เขาเหวตาบัว เป็นเขายอดหนึ่งบนทิวเขาพังเหย อยู่บนเส้นทางคมนาคมระหว่างที่ราบสูงโคราช (อ. ด่านขุนทด จ. นครราชสีมา) กับที่ราบลุ่มดงพญากลาง (อ. ลำสนธิ  จ. ลพบุรี)

เขาเหวตาบัว อยู่ในทิวเขาพังเหย มีช่องทางเดินไปมาหากันตั้งแต่ยุคดั้งเดิมระหว่างที่ราบสูงโคราช กับที่ราบลุ่มภาคกลาง ภาพนี้ถ่ายจากบริเวณลำพญากลาง ต. เขาน้อย อ. ลำสนธิ จ. ลพบุรี (ภาพโดย อรวรรณ จิตรรัมย์)

           เส้นทางสายนี้ผ่านเขาเหวตาบัว บนทิวเขาพังเหย มีคนดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้วเดินทางผ่านไปๆมาๆ และยังใช้สืบมาจนสมัยหลังๆ ดังนี้

           1. พบหลักฐานโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายอย่าง ราว 3,000 ปีมาแล้ว มีลักษณะเหมือนกัน และคล้ายคลึงกัน ระหว่างลุ่มน้ำมูล-ชีในอีสาน กับลุ่มน้ำป่าสักในภาคกลาง (เช่น บ้านโป่งมะนาว อ. พัฒนานิคม จ. ลพบุรี)

           2. ศิลปวัฒนธรรมยุคทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000 หรือราว 1,500 ปีมาแล้ว แพร่หลายจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง (เช่น จากเมืองศรีเทพ อ. ศรีเทพ จ. เพชรบูรณ์) ขึ้นไปลุ่มน้ำมูล-ชี ภาคอีสาน พบมากที่เมืองศรีจนาศะ อ. สูงเนิน จ. นครราชสีมา

           3. ศิลาจารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ เนื้อความสำคัญบอกเรื่องพระเจ้าแผ่นดินยุคต้นกรุงศรีอยุธยา ยกทัพไปตีเมืองพิมาย เมืองพนมรุ้ง ระหว่าง พ.ศ. 1950-2000 สั่งให้ขุนศรีไชยราชมงคลเทพ คุมกองทัพอยุธยา ยกผ่านบริเวณเขาเหวตาบัวขึ้นไปเมืองพิมาย เมืองพนมรุ้ง

           [เมื่อ พ.ศ. 2554 ผมเคยชวนพรรคพวกหลายคนไปขอดูศิลาจารึก ซึ่งมีผู้พบอยู่วัดบ้านฉางประชานิมิตร (ต. เขาน้อย อ. ลำสนธิ จ. ลพบุรี) ดังมีรายงานของ พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร อยู่ในเว็บไซต์ sujitwongthes.com]

           4. ยุคอยุธยา มีกองเกวียนโคราชบรรทุกสินค้าลงจากที่ราบสูง ช่วงเดือนสาม เดือนสี่ เป็นฤดูแล้ง ผ่านช่องเขาเหวตาบัว ไปจอดซื้อขายสินค้าที่บ้านศาลาเกวียน ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ นอกเกาะเมือง ทางริมแม่น้ำป่าสัก

           สินค้ามี น้ำรัก, ขี้ผึ้งปีกนก, ผ้าทอต่างๆ, ครั่ง, ไหม, กำยาน, ดีบุก, หน่อ, งา, เนื้อหนังตากแห้ง, ของป่าต่างๆ

           มีคำบอกเล่าชาวบ้านว่าตาบัวเป็นเสือปล้นเหี้ยมโหดโฉดชั่วร้ายมาก ต่อมาถูกจับได้ คนก็พากันโยนร่างตาบัวลงเหว เลยได้ชื่อเหวตาบัว

           ทุกวันนี้มีชุมชนเรียกบ้านเหวตาบัวกับวัดเหวตาบัว แต่ชุมชนเพิ่งมีไม่นาน คนในชุมชนล้วนย้ายจากที่อื่น วัดก็เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ พระสงฆ์ตั้งแต่เจ้าอาวาสจนพระลูกวัดเพิ่งมาใหม่

           จึงไม่มีใครรู้เรื่องราวความเป็นมาของท้องถิ่นเหวตาบัวอีกแล้ว