มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2557

 

ดงพญาเย็น, (ดงพญาไฟ), ดงพญากลาง

          ขากลับกรุงเทพฯ นิราศหนองคายบอกว่ากองทัพสมัย ร.5 ยกออกจากเมืองนครราชสีมา ผ่านเมืองโคราชเก่า (อ. สูงเนิน จ. นครราชสีมา)

          โคราชเก่าเป็นบริเวณที่ราบสูงโคราช กองทัพกรุงเทพฯกลับลงที่ราบลุ่มภาคกลาง ทางดงพญากลาง ผ่านเมืองบัวชุม ลุ่มน้ำป่าสัก (อ. ชัยบาดาล จ. ลพบุรี)

          ดงที่คั่นเขตที่ราบสูงกับที่ราบลุ่ม มี 2 ดง ยาวต่อเนื่องกันจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือ คือ

          ดงพญาเย็น อยู่บริเวณ อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา ต่อเนื่องถึง อ. มวกเหล็ก จ. สระบุรี

          เดิมชื่อดงพญาไฟ หมายถึงมีไข้ป่าชุกชุม ร้ายแรงราวไฟ คนผ่านดงนี้มักเอาชีวิตไม่รอด เพราะไข้ป่าและอันตรายนานาชนิด ต่อมาสมเด็จพระปิ่นเกล้า (ในสมัย ร.4) ให้เปลี่ยนชื่อแก้เคล็ดเป็นดงพญาเย็น

          แม่ทัพครั้งนั้นรู้เรื่องดีว่ามีอันตรายมาก จึงไม่กลับทางดงพญาเย็น เพราะขาขึ้นมาทางดงพญาเย็นก็ทำให้ทหารล้มตายแล้ว แต่ย้ายไปลงทางดงพญากลาง แม้ระยะทางไกลกว่าก็ตาม ดังมีกลอนนิราศหนองคายบอกไว้ ดังนี้

          ถึงทางแยกมรคาพญาไฟ                             แยกหนึ่งไปพญากลางเป็นทางสอง

          ท่านเจ้าคุณการุณไพร่ด้วยใจปอง                ได้ตรึกตรองไว้แต่เดิมเมื่อเริ่มมา

          เพราะเห็นว่าวลาหกตกไม่ห่าง                   จะไปทางพญาไฟเกรงไข้ป่า

          ด้วยทางดงพญาเย็นเป็นระอา                    กลัวโยธาเดินทางจะวางวาย

          เมื่อขึ้นมาพหลมาป่นปี้                              ถูกไข้ผีป่ากินเสียสิ้นหลาย

          เมื่อขากลับจะต้องกันอันตราย                  เดินแยกย้ายมรคาหามงคล

          จึงได้ยกพลไพร่ไปโดยทาง                        พญากลางถึงว่าจะต้องห่าฝน

          ก็ไม่เกิดความไข้แก่ไพร่พล                       ทางไม่ย่นติดจะยาวถึงเก้าวัน

          ดงพญากลาง อยู่บริเวณ อ. ด่านขุนทด จ. นครราชสีมา ต่อเนื่อง อ. ลำสนธิ และ อ. ชัยบาดาล จ. ลพบุรี (น่าจะหมายถึงดงที่อยู่ตรงกลางระหว่างดงพญาเย็น กับอีกดงหนึ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แถบ อ. เทพสถิต จ. ชัยภูมิ)

แผนที่แสดงดงพญาเย็น, (ดงพญาไฟ), ดงพญากลาง (โดย ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นครราชสีมา)

          ดง หมายถึง ป่าใหญ่, ป่าทึบ, บริเวณที่มีต้นไม้ใหญ่รกทึบหนาแน่น และมีสัตว์ป่านานาชนิดชุกชุม (ป่า หมายถึง ย่านที่มีต้นไม้ต่างๆขึ้นปะปนกัน แต่ไม่หนาแน่นรกทึบเหมือนดง, เป็นที่รกร้างว่างเปล่า)

          เรื่องราวของดงพญาเย็น, (ดงพญาไฟ), ดงพญากลาง และเส้นทางคมนาคมมาแต่ดึกดำบรรพ์ ควรมีมิวเซียมจัดแสดงไว้ และสถาบันการศึกษาทุกระดับน่าจะร่วมกันใส่ในหลักสูตรสังคม แล้วเรียนในสถานที่จริงโดยเอาดงเป็นห้องเรียน