มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2557

 

ห้ามไพร่ทำมาค้าขาย

         ถูกสั่งให้จำประวัติศาสตร์สร้างใหม่เรื่องชนชาติไทยและเชื้อชาติไทยแท้ มีกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก เพราะถูกรุกรานจากข้าศึกศัตรูภายนอก

         จึงถูกทำให้ลืมเครือญาติชาติภาษาและสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียน ที่มีพัฒนาการร่วมกันมานานมากไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

         เท่ากับโดดเดี่ยวประวัติศาสตร์ไทย ขณะเดียวกันคนไทยเสียโอกาสรู้และเข้าใจประวัติศาสตร์อาเซียน ที่มีไทยเป็นส่วนหนึ่งซึ่งแยกมิได้

         ซ้ำมิหนำยังถูกทำให้ลืมอีกว่าห้ามไพร่ซื้อขายทรัพยากรที่หามาได้ แต่ต้องมอบเป็นส่วยฟรีๆให้มูลนายเอาไปค้าขายในตลาดนานาชาติ

         เหตุนี้เอง ประชากรไพร่จึงไม่มีประสบการณ์การทำมาค้าขาย มีแต่ชำนาญทำมาหากินเลี้ยงตัวเองตามยถากรรม ทำนาทางฟ้า รอฝน

         จึงถูกเหยียดในปัจจุบันจากคนชั้นนำผู้มั่งคั่งและมั่นคงว่าไทยไม่ขยันทำมาค้าขายเหมือนจีน, ญี่ปุ่น ทั้งๆที่เขาเองเป็นผู้ห้ามไพร่ทำมาค้าขาย

 

รัฐสืบสถานะ

         ไทยเป็นสังคมสืบสถานะ หมายถึงสังคมที่ขาดการยึดหลักเหตุผลและกฎหมาย ดังนั้น คอร์รัปชั่นจึงเป็นน้ำมันหล่อลื่นให้แก่ระบบเศรษฐกิจ, การเมือง, และสังคม

         เป็นข้อความที่ผมยกสรุปจากบทความเรื่องการเมืองของคอร์รัปชั่น ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2557 หน้า 20)

         อ. นิธิ บอกต่อไปอีกว่า “ประวัติศาสตร์ชาติไทยที่จะสอนกันในโรงเรียนนั้น หากไม่คิดจะโกหกเด็ก ก็ต้องบอกว่ายั่งยืนอยู่มาได้ภายใต้โครงสร้างของรัฐสืบสถานะ (รัฐราชสมบัติ) ก็เพราะการคอร์รัปชั่นนี่แหละ”

         อ. นิธิ ย้ำว่า ฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นส่วนหนึ่งของระบบ (เพราะรัฐโบราณไม่จ่ายเงินเดือนข้าราชการ) แต่อย่าทำให้เกินไปจนกลายเป็นอีกอำนาจหนึ่งที่แข่งขันกับพระราชอำนาจได้เท่านั้น

         ดังนั้น ฉ้อราษฎร์บังหลวงโบราณไม่ถือเป็นคอร์รัปชั่น แต่ในสังคมปัจจุบันเป็น

         รัฐโบราณไม่จ่ายเงินเดือนข้าราชการ แต่ให้ใช้ตำแหน่งข้าราชการไปหารายได้เองด้วยวิธีใดๆก็ได้ เช่น ฉ้อราษฎร์บังหลวง

         ข้าราชการจึงฉ้อราษฎร์ด้วยการเกณฑ์แรงงานไพร่ (ราษฎรทั่วไป) โดยไม่จ่ายค่าจ้าง แต่ให้ไพร่หากินหาอยู่เอาเอง

         มีบันทึกของลาลูแบร์สมัยพระนารายณ์ฯ บอกว่าเมียไพร่ในอยุธยาต้องหาข้าวไปส่งผัวที่ถูกเกณฑ์ทำงานรับใช้เจ้านายข้าราชการปีละเก้าเดือน เพราะนายไม่จ่ายค่าจ้างและไม่เลี้ยงข้าว