มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม  2557

 

ความเป็นไทยไม่มีจริง

          วัฒนธรรมไทย เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ไม่ได้มีอยู่จริง แต่ปั้นแต่งให้ตรงตามอุดมคติ แล้วยัดเยียดให้คนทั่วไปเชื่อว่ามีอยู่จริง

          เนื้อหาของวัฒนธรรมไทย คือ การกล่อมเกลา ไปจนถึงบังคับให้ยอมจำนนต่อความไม่เท่าเทียม และต่อโครงสร้างอำนาจที่เป็นอยู่ จึงเป็นสมบัติของคนชั้นนำที่ถูกใช้เพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจของตนเอง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในสังคมไทย (สรุปจากข้อเขียนของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ในมติชน ฉบับวันที่ 2 พฤษภาคม 2554)

          ดังนั้น วัฒนธรรมไทยจึงอ่อนแออย่างยิ่ง แล้วสั่นสะเทือนเมื่อโดนกระแสปะทะของประชาธิปไตยสากล จนต้องพากันหาเรื่องต่อต้านวัฒนธรรมฝรั่งไปพลางๆ

 

ร.4 กับพระปิ่นเกล้า เลื่อมใสฝรั่ง

          “ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้น” หมายถึงไทยไม่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งยุโรปเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน เป็นราคาคุยของคนดีมีความรักชาติท่วมท้นล้นเกินคนอื่น

          ถ้าเชื่อตามนี้ (จริงหรือไม่จริงก็ตาม) ฝรั่งก็ไม่เคยควบคุมบังคับไทยให้เป็นตะวันตกแบบฝรั่ง

          ในทางตรงข้าม คนชั้นนำของไทยเองต้องการเป็นฝรั่งตะวันตก เพื่อแสดงความทันสมัย และด้วยเหตุผลทางการเมืองยุคล่าเมืองขึ้น

          มีคำบอกเล่ากันสืบมาว่าเจ้านายและขุนนางกลุ่มที่เลื่อมใส ร.4 (เจ้าฟ้ามงกุฎ) ล้วนนิยมตะวันตก

          ซึ่งตรงข้ามกับกลุ่ม ร.3 ที่นิยมจีน เป็นเหตุหนึ่งทำให้สุนทรภู่ต้องบวชหนีราชภัย

          [พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ต่อต้านการล่าอาณานิคม Make Love not War แต่ไม่ต่อต้านตะวันตก แล้วยินดีรับวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้งาน เช่น ให้พระอภัยมณีเรียนวิชาดนตรี แล้วเล่นโซโลปี่ เป็นสัญลักษณ์ของปัญญาวิชาความรู้ทั่วไปของความเป็นมนุษย์]

          ร.4 ประดิษฐ์อักษรไทยอริยกะ ให้สระกับพยัญชนะอยู่ในบรรทัดเดียวกัน ตามแบบอักษรโรมันของฝรั่ง เพื่อใช้แทนอักษรไทยปกติ

          พระปิ่นเกล้ายกย่องประธานาธิบดียอร์ช วอชิงตัน, ตรัสภาษาอังกฤษคล่อง, อ่านนิยายอเมริกัน, แต่งเครื่องแบบทหารฝรั่ง, มีนามบัตรอย่างฝรั่งเป็นองค์แรก, เขียนบันทึกด้วยอักษรโรมันเป็นภาษาไทย, เสวยด้วยช้อนกับส้อมแบบฝรั่ง, ฯลฯ

          ร.5 ออกประกาศให้ยืนโค้งคำนับถวายความเคารพแบบฝรั่ง ยกเลิกหมอบคลานแบบไทย

          เผด็จการทุกยุคทุกสมัย ทั้งในโลกและในไทย ล้วนปฏิบัติเหมือนกันคือ “สั่งให้จำ ทำให้ลืม”

          สั่งให้จำประวัติศาสตร์สร้างใหม่ ด้วยคำขวัญ คำปลุกใจ ที่แต่งใหม่ เพื่อยกย่องสรรเสริญและแก้ตัวให้กลุ่มของตนด้วยวิธีเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น

          ทำให้ลืมประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาด้วยวิธีเซ็นเซอร์และควบคุมทางวัฒนธรรม มีมหรสพมอมเมา แล้วปลุกใจโดยสร้างศัตรูร่วมซึ่งเป็นคนอื่น เช่น เพื่อนบ้าน ฯลฯ แต่คนรู้ทันมากขึ้น เลยสร้างกระแสต้านวัฒนธรรมฝรั่งมาชดเชย