Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2557

 

วัวควายไถนา

3,000 ปีมาแล้ว

 

ควายกินข้าว (2546) แต่งจากคำบอกเล่าชาวบ้านในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง

          ว่าแต่ก่อนคนเรายังโง่ กินเผือกกินมันจากดงป่า ไม่รู้จักทำไร่ไถนาปลูกข้าว จึงไม่รู้จักกินข้าว แต่ควายมีปัญญา รู้จักทำนาปลูกข้าว ควายจึงสอนให้คนรู้จักทำนาปลูกข้าวกิน ดังนี้

          จะกล่าวถึงควายต้นบนสวรรค์         เป็นต้นเค้าเผ่าพันธุ์ควายผู้กล้า

          รู้ไถนาปลูกข้าวกินข้าวปลา              มีปัญญาเลิศลบทั้งภพไตร

          ส่วนมนุษย์ยังโง่อดโซนัก                 ไม่รู้จักข้าวกล้าทำนาไร่

          อยู่ดินกินดาวกับราวไพร                 เผือกมันผลไม้พอได้กิน

          ควายสวรรค์ลงมาหามนุษย์             สอนที่สุดไถนาวิชาสิ้น

          ปลูกข้าวได้ข้าวมีข้าวกิน                  ก็หลงรสหลงลิ้นกินข้าวควาย

          คนแย่งควายกินข้าวไม่ขายหน้า        ควายต้องกินฟางหญ้าปัญญาหาย

          คนเริ่มเก่งกาจกว่าบรรดาควาย        ควายก็กลายเป็นควายแต่นั้นมา

 

วัวควาย สัตว์ศักดิ์สิทธิ์

          ด้วยความเชื่อว่าวัวควายเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ดังมีนิทานที่ยกมา

          คนดึกดำบรรพ์เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว จึงวาดรูปวัวควายไว้ทำพิธีเซ่นวักบนเพิงผาและผนังถ้ำ พบทั่วไปเกือบทุกภาคของไทย

          สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ยุคเดียวกัน แล้วมีภาพเขียนไว้เหมือนกัน คือ หมาเก้าหาง เอาพันธุ์ข้าวมาให้มนุษย์ปลูกกิน

 

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

          บริเวณที่พบเส้นสาย, ลายสลัก, และลายแต้ม ยุคดึกดำบรรพ์ (ก่อนรับลายกระหนกจากอินเดีย) ล้วนเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผี เช่น ถ้ำ, เพิงผา, หน้าผา, โขดหิน, ฯลฯ เทียบเท่าโบสถ์, วิหาร สมัยหลังๆ

          ใช้ทำพิธีกรรมสำคัญของเผ่าพันธุ์ เช่น ขอฝน เป็นต้น ซึ่งคนในชุมชนเดียวกันและต่างชุมชนจะมาทำพิธีกรรมร่วมกัน เริ่มจากกินเหล้า แล้วร่วมกันขับลำ, เล่นดนตรี, ฯลฯ

          รวมถึงเป็นที่เก็บศพและฝังศพ ตระกูลหมอผีหัวหน้าเผ่าพันธุ์

 

ไม่ใช่งานศิลปะ

          เส้นสาย, ลายสลัก, จักสาน, และลายแต้ม ยุคดึกดำบรรพ์ (ก่อนรับลายกระหนกจากอินเดีย) ไม่ใช่งานศิลปะ (อย่างที่นิยมเรียกศิลปะถ้ำ) แต่เป็นงานช่าง

          ศิลปะ อันเป็นที่รับรู้ของคนทั่วโลกทุกวันนี้ มีความหมายโน้มไปทางปัจเจกบุคคล “โดยปัจเจก เพื่อปัจเจก” ที่มีขึ้นสมัยหลัง (มักเชื่อว่ามีหลังปฏิวัติอุตสาหกรรมยุโรป ราวปลายยุคอยุธยาต่อเนื่องยุคธนบุรี)

          แต่งานช่างเป็นกิจกรรมร่วมหมู่ของคนทั้งชุมชน และบางทีขยายไปถึงท้องถิ่นร่วมกันทำขึ้นเป็นสมบัติรวมของชุมชนท้องถิ่น

 

บรรพชนช่างเขียน

          คนเขียนลายเส้นเป็นรูปต่างๆ เหล่านั้น เช่น คน, สัตว์, ฯลฯ ได้รับยกย่องเป็นบุคคลพิเศษ (ที่ยุคต่อไปจะเรียกว่าช่าง) มีอำนาจระดับหมอผี หมายถึงผู้มีวิชามากกว่าคนอื่นในท้องถิ่นชุมชนนั้น

          ทั้งหมดล้วนเป็นหลักฐานมั่นคง ว่าบรรพชนคนอาเซียนกลุ่มหนึ่งเมื่อหลายพันปีมาแล้ว มีประสบการณ์ชำนาญและความสามารถระดับสูงแล้วในทางวาดรูป ทั้งเหมือนจริงและเป็นเส้นสัญลักษณ์เหนือจริง ยุคก่อนรับลายกระหนกจากอินเดีย

 

กระหนกจากอินเดีย เข้าถึงอุษาคเนย์      

          ครั้นหลัง พ.ศ. 1000 มีการติดต่อทางทะเลสมุทรค้าขายแลกเปลี่ยนสิ่งของสินค้ากับอินเดียและลังกา  เริ่มรับศาสนา เริ่มรับลายกระหนกจากอินเดียเป็นครู แล้วเริ่มทำเลียนแบบครู สมมุติเรียกงานช่างแบบทวารวดี ซึ่งต่างมีพื้นฐานเบสิครองรับมานานมากแล้วจากลายเส้นเป็นภาพเขียนดึกดำบรรพ์เหล่านั้น

          เมื่อฝึกฝนเลียนแบบครูจนชำนิชำนาญ จึงมีพัฒนาการเป็นลักษณะเฉพาะท้องถิ่นสุวรรณภูมิ กระทั่งเป็นรัฐชาติ มีชื่อชาติภาษา และประเทศชาติ เลยพากันสมมุติเรียกชื่อต่างๆ กันตามชื่อเหล่านั้นว่า ลายมอญ, ลายเขมร, ลายลาว, ฯลฯ จนถึงลายไทย

          แต่แท้จริงแล้วล้วนเป็นลายกระหนกจากอินเดียโบราณอย่างเดียวกัน ซึ่งจะแยกให้ต่างกันไม่ได้ (เว้นเสียแต่บังคับให้ต่างตามการเมืองยุคล่าอาณานิคม)

วัวยุคดึกดำบรรพ์ ภาพเขียนสีที่ประตูผา อ. แม่เมาะ จ. ลำปาง (ภาพจาก แหล่งโบราณยุคดึกดำบรรพ์ที่ประตูผา จ. ลำปาง : ภาพเขียนสีพิธีกรรม 3,000 ปีมาแล้ว ที่ผาศักดิ์สิทธิ์. วรลักษณ์ ทรงศิริ และ วิวรรณ แสงจันทร์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2545.)

วัวยุคดึกดำบรรพ์ (คัดลอกจากภาพเขียนสี ที่ถ้ำประตูผา อ. แม่เมาะ จ. ลำปาง) ในกลุ่มนี้ประกอบด้วยภาพมือแบบต่างๆ ทั้งแบบมือพ่น, ประทับ, ประทับและตกแต่งด้วยสัญลักษณ์แบบต่างๆ เช่น ลายจุด-ลายกากบาท ในผังวงกลม, ภาพสัตว์ซึ่งมีทั้งวัว, นกยูง, กระรอก, สัตว์ประเภทตะกวด, ฯลฯ, ภาพพืชและสัญลักษณ์ซึ่งมีทั้งวงกลม, สี่เหลี่ยมและกากบาท ฯลฯ (ภาพจาก แหล่งโบราณคดียุคดึกดำบรรพ์ ที่ประตูผา จ. ลำปาง : ภาพเขียนสีพิธีกรรม 3,000 ปี ที่ผาศักดิ์สิทธิ์. วลัยลักษณ์ ทรงศิริ และ วิวรรณ แสงจันทร์. กรุงเทพฯ : มติ ชน, 2545.)

วัวควาย ราว 3,000 ปีมาแล้ว คัดลอกจากภาพเขียนสีที่ต่างๆ (ซ้าย) ที่เขาปลาร้า อ. ลานสัก จ. อุทัยธานี (ขวา) ที่ผาฆ้อง อ. ภูกระดึง จ. เลย

ที่ภูพระบาท อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี

ทำนาราว 3,000 ปีมาแล้ว มีต้นข้าวปักดำเป็นแถว มีวัวหรือควาย กับมีคนถืออาวุธทำท่าล่าวัวควาย และมีมือประทับทำแนวโค้ง พร้อมด้วยลายขีดข่วน (ลายเส้นจำลองจากภาพเขียนสีที่ผาหมอนน้อย อ. โขงเจียม จ. อุบลราชธานี)

}