Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2557

 

ลูกฆ่าพ่อที่เป็นหมา

ในนิทานศักดิ์สิทธิ์

วัดพระนอนจักรสีห์ สิงห์บุรี

 

         หมา เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของคน อย่างน้อย 3,000 ปีมาแล้ว เพราะคนยุคนั้นเชื่อว่าหมาเอาพันธุ์ข้าวมาให้คนปลูกกินเป็นอาหารในชีวิตประจำว้น

         หลังจากนั้นต่อมาอีกนาน หมาก็ยังสืบเนื่องบทบาทสำคัญใกล้ชิดคน มีในตำนานบางเรื่องว่าหมาตัวผู้สมสู่กับผู้หญิงจนมีลูกชายด้วยกัน

 

พระนอนจักรสีห์ สิงห์บุรี

         พระนอนจักรสีห์ ที่เมืองสิงห์บุรี มีนิทานคล้ายๆ พระยากง พระยาพานอยู่ด้วย

         พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 เสด็จไปนมัสการพระนอนจักรสีห์ ทรงจดนิทานไว้ด้วยว่า

         “นิทานที่เล่าเรื่องพระนอนจักรสีห์นี้มีหลายเรื่องหลายราว ทำนองเดียวกันกับพระปฐมเจดีย์ พระธรรมไตรโลกว่าทราบว่าพระเจ้าสิงหพาหุเป็นผู้สร้าง แต่พระเจ้าสิงหพาหุจะครองสมบัติแห่งใด สร้างครั้งไรก็ไม่ปรากฏ”

         เรื่องพระเจ้าสิงหพาหุนี้ อยู่ในหนังสือมหาวงศ์หรือพงศาวดารลังกา เข้าใจว่าผู้เล่าต้องการผูกเรื่องพระนอนให้เกี่ยวกับลังกา

 

ลูกฆ่าพ่อที่เป็นหมา

         แต่ ร.5 ทรงจดไว้อีกเรื่องหนึ่งดังต่อไปนี้ (จัดย่อหน้าใหม่เพื่อให้อ่านสะดวก)

         “คำเล่าอีกอย่างหนึ่งว่า พระยาจักรีศรีเป็นผู้สร้าง เรื่องราวเดิมว่า

         พระมหากษัตริย์ในแถบนี้มีพระราชธิดาองค์หนึ่งเลี้ยงสุนัขไว้นั้น ภายหลังมาสุนัขได้สมัครสังวาสด้วยพระราชธิดามีครรภ์ขึ้น พระบิดาให้สืบสวนหาชายชู้ไม่ได้ จึงได้ความว่าพระราชธิดานั้นเป็นชู้กับสุนัข ให้ขับเสียจากพระราชวัง

         นางนั้นคลอดบุตรมาเป็นพระยาจักรีศรี

         ครั้นอยู่มาพระราชบิดาทรงทราบว่าพระราชนัดดารูปโฉมโนมพรรณดีกลับทรงพระกรุณาขึ้น จึงให้ไปรับเข้ามาไว้ในพระราชวังตามเดิม

         ครั้นพระอัยการสิ้นพระชนม์ พระยาจักรีศรีก็ได้ครองราชสมบัติสนองพระองค์ต่อไป มีบุญบารมีเป็นอันมาก ภายหลังมามีความสงสัย จึงได้ถามพระมารดาว่าใครเป็นพระบิดา

         มารดาจึงแจ้งความว่าผู้ใดที่ตามไปมาอยู่ด้วยเสมอ ผู้นั้นแลเป็นพระบิดา

         พระยาจักรีศรีสังเกตดูสุนัขซึ่งเป็นบิดานั้นติดตามอยู่เสมอก็มีความขัดเคือง จึงได้ฆ่าสุนัขนั้นเสีย ก็เผอิญบังเกิดมืดมัวไปทั่วทิศ พระยาจักรีศรีจะเสด็จกลับวังก็ไม่ได้ จึงได้เอาไส้สุนัขซึ่งเป็นบิดานั้นพันพระเศียร แล้วเสด็จกลับเข้าพระราชวัง อากาศที่มัวมนนั้น ก็หายไป จึงได้มีความร้อนพระทัย ไปหาพระมหาเถรปรึกษาที่จะแก้บาปปิตุฆาต

         พระมหาเถรจึงได้ทูลให้สร้างพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ จึงมีนามปรากฏว่าพระนอนจักรศรี ตามพระนามของพระยาจักรีศรีนั้น”

         ร.5 ทรงย้ำอีกว่านิทานพระนอนจักรสีห์มี “เรื่องราวคล้ายกันกับเรื่องพระยากงพระยาพาน” แล้วทรงอธิบายว่าองค์พระนอนสร้างมาก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา

         พระยากง พระยาพาน เป็นนิทานฆ่าพ่อที่ท่านมหาเถรศรีศรัทธาแห่งรัฐสุโขทัยสร้างเรื่องเผยแพร่ไว้ให้พระปฐมเจดีย์ ผมเขียนอธิบายอย่างละเอียดไว้ในหนังสือพระปฐมเจดีย์ฯ (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2545)

 

มหาเถรศรีศรัทธา รัฐสุโขทัย

         ท่ˆานมหาเถรศรีศรัทธา เจ้านายผู้ใหญ่แห่งรัฐสุโขทัย บอกไว้ในจารึก 2 หลัก ว่าไปทำบุญยังสถานที่แห่งหนึ่งเรียก  “กุดานครกำพงครองŽ” (จารึกวัดศรีชุม) หรือ “รัตนกูดานครไทยว่ากำพงครอง”Ž (จารึกเขากบ)

         แต่ยังไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ ปัจจุบันคืออะไร? อยู่ที่ไหน?

         เมื่อสำรวจตรวจสอบร่องรอยและหลักฐานอื่นๆ ประกอบแล้ว น่าเชื่อว่าหมายถึงบ้านเมืองเก่าที่มีปรางค์พระธาตุ วัดหัวเมืองหรือวัดหน้าพระธาตุบริเวณพระนอนจักรสีห์ ริมแม่น้ำน้อย จ. สิงห์บุรี (มีอธิบายในคำให้การของบรรณาธิการ เรื่องพระนอนจักรสีห์ ก็มีนิทาน “ฆ่าพ่อ”Ž โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ ในศิลปวัฒนธรรม (ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 ธันวาคม 2533) จะสรุปมาดังนี้

         กฎหมายลักษณะลักพาฯ ตราขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1898 หลังสถาปนากรุงศรีอยุธยาราว 5 ปี กล่าวถึงกรณี “ข้าหนีเจ้า ไพร่หนีนาย”Ž แล้วออกชื่อบ้านเมืองส่วนหนึ่งซึ่งมีทั้งที่อยู่ในอำนาจของแคว้นสุโขทัยกับที่อยู่ในอำนาจของแคว้นกรุงศรีอยุธยาสมัยนั้นไว้ด้วย เช่น

         “…เมืองเพชบุรีย เมืองราชบุรีย เมืองสุพรรณบุรีย สพงครองพลับ แพรกศรีราชาธิราช นครพรหม…Ž”

         บ้านเมืองเหล่านี้ล้วนมีมาก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ดังมีจารึกและโบราณวัตถุสถานยืนยันจำนวนมาก และเป็นที่รู้จักกันทั่วไป

         แต่ที่เป็นปัญหาชวนให้สะกิดใจครั้งนี้คือชื่อ “สพงครองพลับ”Ž ใกล้เคียงกับชื่อสถานที่แห่งหนึ่งที่ท่านมหาเถรศรีศรัทธา บำเพ็ญมหากุศลแจกจ่ายพระธาตุกับหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากลังกาให้ประดิษฐานไว้ จารึกวัดศรีชุมระบุว่า “ในกุดานครกำพงครอง”Ž และจารึกวัดเขากบบอกว่า “รัตนกูดานครไทยว่ากำพงครอง”Ž

         เชื่อกันว่าชื่อสถานที่ในจารึกสองหลักนี้เป็นแห่งเดียวกัน และต้องอยู่เหนืออยุธยา แต่อยู่ใต้สุโขทัย

         ครั้นได้พบชื่อในกฎหมายลักษณะลักพาฯ ว่า “…สพงครองพลับ แพรกศรีราชาธิราช นครพรหม…Ž” จึงชวนให้คิดว่า “สพงครองพลับ”Ž อยู่ในกลุ่มเมืองแพรกศรีราชา (สรรคบุรี) กับเมืองพรหมบุรี

         แต่ยังมีข้อสงสัยอีกว่าต้องอ่าน “สพงครองพลับแพรกศรีราชาธิราช”Ž  ติดต่อเป็นสถานที่แห่งเดียวกัน (คล้ายกับ “อโยธยาศรีรามเทพนคร”Ž) หรือต้องอ่าน “สพงครองพลับ”Ž (วรรค) “แพรกศรีราชาธิราช”Ž เป็นคนละแห่งกัน

         คุณไมเคิล ไรท์ อธิบายว่า “พระมหาเถรไลยลาย”Ž (ในพระราชพงศาวดารเหนือ) กับ “พระมหาเถรไหล่ลาย”Ž (ในตำนานพระปฐมเจดีย์) ล้วนหมายถึง พระมหาเถรศรีศรัทธา  มีร่องรอยไปเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองละแวกอ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวข้องกับพระนอนที่ตำนานอาจจดพลาดไป คือแทนที่จะเป็นพระนอนจักรสีห์ก็เป็นพระนอนป่าโมก

         จารึกวัดศรีชุมระบุว่า “กุดานครกำพงครองŽ” และจารึกวัดเขากบบอกว่า “รัตนกูดานครไทยว่ากำพงครอง”Ž นั้น ถ้าจัดวรรคตอนใหม่แล้วทดลองเติมคำให้สมบูรณ์ตามความเข้าใจใหม่ก็อาจได้ความว่าสถานที่แห่งนี้ชื่อ

         “รัตนกูดานคร” (ที่พวก) ไทย (เรียก) ว่ากำพงคลอง (พลับ)Ž” หรือ “สพงคลองพลับ”Ž นั่นเอง (สมมุติว่า “ครองŽ” ก็คือ “คลอง”Ž)

         สรุปว่า “รัตนกูดานครŽ” คือชื่อเมืองอย่างเป็นทางการอันศักดิ์สิทธิ์ มีปรางค์พระธาตุ ที่วัดหัวเมือง หรือวัดหน้าพระธาตุบริเวณพระนอนจักรสีห์ ริมแม่น้ำน้อย จ. สิงห์บุรี เป็นศูนย์กลาง และควรจะเป็นสถูปที่ท่านมหาเถรศรีศรัทธาเชิญพระธาตุจากลังกามาประดิษฐานไว้ข้างใน

         ส่วนชาวบ้านทั่วไปเรียก “กำพงคลอง”Ž หรือ “สพงคลองพลับŽ” หมายถึงบ้านคลองพลับหรือเมืองคลองพลับ (คำว่า “กำพง”Ž หรือ “สพง”Ž มาจากภาษามลายู หมายถึงท่าน้ำหรือตำบล แต่ในที่นี้อยากจะให้หมายถึงบ้านหรือเมืองขนาดเล็ก)

พระนอนจักรสีห์ ในวิหารวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ต.จักรสีห์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี (ภาพจาก Facebook วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร https://www.facebook.com/watpranonchaksi)

พระนอนจักรสีห์ ยาว 3 เส้น 3 วา 2 ศอก 3 คืบ 7 นิ้ว (47.40 เมตร) พระเศียรชี้ไปทางตะวันออก หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ (ภาพจาก https://www.flickr.com/ photo by Keng Susumpow)

}d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);