Download PDF

 มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2557

 

แหล่งอลังการ ที่อู่เรือ ปากคลองบางกอกน้อย

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ปากชาวบ้านเรียกอู่เรือ อยู่ปากคลองบางกอกน้อย ทางการจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ และของประเทศ เช่น

          พัฒนาระบบเส้นทางคมนาคมให้เข้าถึงอู่เรือได้ 2 ทาง ทั้งทางบกและทางน้ำ

          ทางบก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้สุดทางสะพานปิ่นเกล้า กับสะพานพระราม 8 แล้วเข้าไปที่ใต้สะพานอรุณอมรินทร์ (สะพานข้ามคลองบางกอกน้อยไปศิริราช) มีทางเดินเข้า อู่เรือ

          ทางน้ำ ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ทางศิริราช, ธรรมศาสตร์ เข้าคลองบางกอกน้อย อู่เรืออยู่ปากคลอง ตรงข้ามสถานีรถไฟธนบุรี(เดิม)

          ทำป้ายชี้ทาง ป้ายสัญลักษณ์บอกนักท่องเที่ยว มีไฟฟ้าส่องสว่างทั่วถึงยามค่ำคืนเพื่อความปลอดภัย

          ปรับภูมิทัศน์ และสร้างพื้นที่กิจกรรมทางวัฒนธรรม ร่วมกับชุมชนสนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวทางน้ำ

          เรื่องเหล่านี้ควรทำตั้งแต่แรกสร้างสะพานปิ่นเกล้าและสะพานอรุณอมรินทร์ แต่ไม่มีรัฐบาลไหนทำอะไร ดีแต่แหกปากต่อต้านประชาธิปไตย

          เอกสารโครงการแผนพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี(ที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เสนอต่อ คสช.) บอกประวัติความเป็นมาของเรือพระราชพิธี ที่ก้าวหน้ากว่าแต่ก่อน

          ว่ามีพัฒนาการจากเรือศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมดั้งเดิมของอุษาคเนย์(อาเซียน) ยุคโลหะ ราว 3,000 ปีมาแล้ว และมีต้นแบบเก่าสุดอยู่ที่ภาพสลักหินบนระเบียงปราสาทบายน ในกัมพูชา ตั้งแต่ราว พ.ศ. 1750

          ทั้ง 2 ประเด็นนี้ ควรมีรายละเอียดพิมพ์แบ่งปันให้เป็นที่รู้ทั่วกันโดยเร็ว แล้วจัดแสดงในฤดูกฐินกับลอยกระทงปีนี้เลยจะดีอย่างยิ่ง

          แต่มีข้อความบอกในเอกสารว่าพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี(ปากคลองบางกอกน้อย) เดิมเป็นโรงเก็บเรือ หรืออู่เรือรบ และเรือพระที่นั่งสร้างขึ้นสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ

          ผมไม่เคยพบหลักฐานนี้ เคยได้ยินแต่ว่ามีคำบอกเล่าสืบมาว่าอู่เรือพระเจ้าตาก อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วัดโพธิ์ถึงท่าเตียน

          ถ้ามีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรก็ควรแสดงต่อสาธารณชน แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ควรอ้างอย่างนี้if (document.currentScript) { if (document.currentScript) {