Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2557

 

ห้องสมุดมีชีวิต ที่ไม่เป็นจริง

          “ครู-ผู้ใหญ่ต้องเปิดโลกการเรียนรู้ให้ตัวเองก่อนจะเลือกหนังสือให้เด็ก ถ้าเราไม่อ่านหนังสือ จะไม่รู้ว่าหนังสือเล่มไหนดีเหมาะกับเด็ก ฉะนั้นเริ่มต้นจากครูก่อน”

          ครูเกรียงไกร วิหาร (ผู้บริหารโรงเรียนต้นกล้า จ. ระยอง) กล่าวในงาน Happy Book Day Return ที่สำนักพิมพ์มติชนจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา (ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 14-พุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 หน้า 34) จะคัดสรุปมาดังนี้

          “การอ่านหนังสือไม่ใช่เรื่องที่เราจะหยิบหนังสือเล่มไหนให้เด็กก็ได้”  

          การเลือกหนังสือให้เด็ก อันดับแรกสำหรับเด็กต้องสนุก และให้เขาเรียนรู้ด้วยวิธีธรรมชาติ มีการกระตุ้นให้เด็กอยากรู้อยากเห็นในเรื่องอะไรบางอย่างแล้วค่อยชักจูงให้เขาอ่านหนังสือ

          นอกจากเลือกหนังสือแล้ว สิ่งสำคัญคือสร้างบรรยากาศให้เด็กอยากอ่านหนังสือ

          การเลือกหนังสือเข้าห้องสมุดควรมีความหลากหลาย ครอบคลุมความสนใจ จากการให้เด็กเลือกหยิบหนังสือเล่มที่ชอบ จะพบว่าเด็ก 10 คน เลือกหนังสือคนละเล่มไม่ซ้ำกัน บางคนชอบประวัติศาสตร์ บางคนชอบเรื่องสัตว์ บางคนชอบโลกใต้ทะเล

          เพราะฉะนั้นความใกล้ชิดกับเด็กๆ จะทำให้เรารู้ว่าหนังสือแบบไหนเหมาะกับเด็กคนไหน

          “คนที่คิดจะบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุด อย่าคิดแค่ว่าซื้อแล้วบริจาค ต้องคิดด้วยว่าหนังสือจะมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร”

          ห้องสมุดมีชีวิตเป็นห้องสมุดที่ไม่ได้มีภารกิจแค่ให้บริการหนังสือ แต่จะมีนิทรรศการเคลื่อนไหวไปตามปฏิทินวัน หรือเหตุการณ์สำคัญอยู่ตลอดเวลา โดยบางช่วงจะเชิญวิทยากรมาให้ความรู้และจัดประกวดแข่งขันต่างๆ นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) บอกกล่าวถึงความปรารถนา (ข่าวสด ฉบับวันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2557 หน้า 23)

          นั่นคือ โครงการห้องสมุดมีชีวิตเพื่อบริการนักเรียน, ผู้ปกครอง, และประชาชนในชุมชนละแวกสถานศึกษา รวมถึงผู้บริหาร, ครู, บุคลากรในสถานศึกษานั้นๆ ใช้สืบค้นหาความรู้เพิ่มเติม

          แต่ความปรารถนากับความจริงมักไม่สามัคคีกัน โดยความจริงที่มักพบในห้องสมุดโรงเรียนเป็นส่วนมาก มีดังนี้

          1. ครูไม่เป็นนักอ่าน หรือไม่อ่านอะไรเลยนอกจากนิยายพาฝัน จึงไม่รู้จักคุณค่าหนังสือดีๆ ระดับโลก

          นอกจากนั้นครูยังไม่มีเครือข่ายความสัมพันธ์กับผู้มีประสบการณ์ทางหนังสือ เช่น กวี นักเขียน, นักวิชาการ, นักปราชญ์ระดับชาติ ซึ่งอยู่นอกชุมชน จึงทำกิจกรรมการอ่านไม่ได้ หรือทำได้แต่ไม่ชวนให้นักเรียนอ่าน

          2. ผู้บริหารสถานศึกษาไม่อยากทำงานแบ่งปันวิชาความรู้, ไม่อยากเหนื่อย, ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น นอกจาก ประชุม, รับแขก, แดกเหล้า, ประจบเจ้านาย (เพื่อหาช่องทางย้ายไปอยู่โรงเรียนขนาดใหญ่กว่า ก้าวหน้ากว่า)

          ความปรารถนาให้ห้องสมุดมีชีวิต ก็ไปกันไม่ได้กับความจริง เว้นเสียแต่มโนไปเองตามประเพณีราชการ

          ผลคือห้องสมุดไม่มีชีวิต นักเรียนไม่มีความหวังในอนาคต} else {