Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2557

 

การเมืองในศิลปวัฒนธรรม มีมาแต่ดึกดำบรรพ์

          ไม่มีอะไรไม่มีการเมือง ไม่ว่า ที่ไหน? เมื่อไร?

          คนที่ชอบพูดว่าตนไม่การเมือง นั่นแหละเขากำลังซูฮกการเมืองอย่างหมอบราบคาบแก้ว โดยประพฤติปฏิบัติอยู่ในโอวาททางการเมืองของคนชั้นนำที่ครอบงำให้คนยอมจำนนอย่างเซื่องๆ

          ศิลปวัฒนธรรมอุษาคเนย์ (อาเซียน) และของไทย ตั้งแต่แรกเริ่มล้วนมีพัฒนาการจากศาสนา-การเมืองดึกดำบรรพ์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

          ศาสนาผี มีขึ้นจากการเมือง และเพื่อสนองการเมืองของเผ่าพันธุ์นั้นๆ

          ศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ เป็นเครื่องมือทางการเมืองของคนชั้นปกครองยุคนั้น เช่น พระเจ้าอโศกใช้ศาสนาพุทธเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตน

          ประวัติศาสตร์โบราณคดีของไทย ล้วนถูกสร้างขึ้นมารับใช้การเมืองของคนชั้นนำสยามยุคก่อนๆ

          นาฏศิลป์และดนตรีไทยก็มีขึ้นมาจากศาสนา-การเมือง และถูกใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของแต่ละยุคสมัย ไม่มียกเว้น

          ดังนั้น การเรียนการสอนประวัติศาสตร์โบราณคดีกับนาฏศิลป์ดนตรีในสถาบันการศึกษาไทย ย่อมเป็นไปเพื่อสนองงานการเมืองของคนชั้นนำผู้มีอำนาจ

          ไม่มีอะไรบริสุทธิ์ผุดผ่องดังทองทาปราศจากการเมือง ยกเว้นหลอกตัวเองและหลอกคนอื่น

 

ปฏิรูปประเทศ ด้วยศิลปวัฒนธรรม

          นายอภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยแนวทางการทำงานเพื่อร่วมกันสานต่องานวัฒนธรรมให้ต่อเนื่อง และตรงตามนโยบายเร่งด่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเฉพาะของฝ่ายสังคมจิตวิทยา

          สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) แต่ละจังหวัดต้องมีบทบาทด้านวัฒนธรรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้การทำงานในระดับภูมิภาคครอบคลุม และเป็นรูปธรรมมากขึ้น

          เนื่องจากงานหลักของ วธ. คือการใช้มิติวัฒนธรรมในการคืนความสุข และสร้างความสมานฉันท์ รวมถึงช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปประเทศ (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2557 หน้า 7)

          ผมขอย้ำว่าการปฏิรูปประเทศจะไม่สมบูรณ์ ถ้าไม่รู้จักและไม่เข้าใจภูมิสังคมวัฒนธรรม คือ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของภูมิสถานท้องถิ่นนั้นๆ

          ดังมีพยานให้เห็นความล้มเหลวมาแล้วมากกว่า 50 ปี ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับแรก ยุค จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ สืบจนทุกวันนี้มีแต่ปัญหา

          ท่านปลัดอภินันท์ เคยทำท่าดี จะแบ่งปันเผยแพร่ชื่อบ้านนามเมือง(เมื่อเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) โดยเริ่มพิมพ์เรื่องเมืองเชียงใหม่ แล้วจะพิมพ์เล่มอื่นๆตามไปอีก

          แต่แล้วทีเหลว เพราะทำมาเล่มเดียวก็เลิก และเล่มเดียวนั้นมีข้อผิดพลาดขาดตกบกพร่องเสียด้วย โดยไม่ใส่ใจแก้ไข ปล่อยผิดๆออกไป

          ไม่เป็นไร คราวนี้เป็นปลัดสมใจนึก(บางลำพู)แล้ว น่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง แล้วลงมือเริ่มต้นใหม่ก็ได้ เพื่อปฏิรูปประเทศตามต้องการของ คสช.} else {