Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม  2557

 

“ศิลปวัฒนธรรมร่วม”

          ศิลปวัฒนธรรมไทย เช่น ลายไทย, เรือนไทย, รำไทย, เพลงดนตรีไทย ถูกหล่อหลอมกล่อมเกลาให้เชื่อว่าดีวิเศษเหนือชาติเพื่อนบ้านและชาติอื่นในโลก

          ซึ่งไม่จริงตามที่ถูกทำให้เชื่ออย่างนั้น เพราะนั่นเป็นลักษณะสุดโต่งของชาตินิยมคลั่งชาติ

          แท้จริงแล้วไทยมีรากเหง้า“ศิลปวัฒนธรรมร่วม”อย่างเดียวกับชาติอื่นๆ ในอุษาคเนย์ (อาเซียน) ไม่ว่าก่อนหรือหลังรับอารยธรรมอินเดียและจีน

          ดังนั้น ลวดลาย, บ้านเรือน, ฟ้อนรำ, เพลงดนตรี จึงมีที่มาร่วมกันกับอาเซียน  แล้วมีพัฒนาการเหมือนกันก็มี ต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อยก็มี

          แต่ไม่มีของชาติหนึ่งดีวิเศษเหนือกว่าของอีกชาติหนึ่ง หรือชาติอื่นๆ

          ไทยต้องปฏิรูปชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมให้ (1.) อยู่บนพื้นฐานของความจริง ไม่หลอกตัวเอง และไม่หลงตัวเอง และ (2.) สร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างมีพื้นฐานความเป็นมา ไม่ขาดลอย

ดนตรีไทย สะท้อนการศึกษาไทย

          เมื่อมีดนตรีสากลและเพลงไทยสากลขึ้นในสยาม ก็ทำให้ดนตรีไทยที่มีมาแต่เดิม แล้วไม่ยอมเปลี่ยนแปลงปรับตัวเอง ถูกเรียกว่า ดนตรีไทยเดิม และ เพลงไทยเดิม

          ดนตรีไทยเดิม ในที่สุดก็พ้นสมัย คนส่วนใหญ่ไม่นิยม แต่คนดนตรีไทยเดิมไม่ยอมรับรู้ แล้วไม่ยอมเลิกผูกขาดความเป็นไทย เลยต้องแช่แข็งดนตรีไทยเดิม

          มีสาเหตุสำคัญ 2 อย่าง คือ ปัญหาภายใน จากความเหลื่อมล้ำมีมาก กับปัญหาภายนอกจากวัฒนธรรมป๊อป

          ประเพณีถ่ายทอดดนตรีไทยเดิม สะท้อนการศึกษาไทยปัจจุบันซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อความคิดสร้างสรรค์ ดังนี้

          (1.) ท่องจำ ใครจำแม่น จำมาก ถือว่าเก่งสุดยอด และ (2.) ตามครู ใครทำเหมือนครูมาก ตามครูทุกอย่าง โดยไม่ถาม ไม่เถียง ถือว่าเก่งสุดยอด

 

การศึกษาไทย       

          คริสโตเฟอร์ ไรท์ (ครูสอนภาษาอังกฤษ เจ้าของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Chris English School และผู้ดำเนินรายการ Chris Delivery) ได้แสดงความเห็นโดยเทียบการศึกษาไทยกับฝรั่งว่าแตกต่างห่างไกลกันมาก (พิมพ์อยู่ใน โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน  2557 หน้า 10-11) จะคัดบางตอนมาดังนี้

          “ในห้องเรียนของประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาดีเยี่ยม การทำตัวนิ่งเงียบไม่กล้ายกมือขึ้นถาม ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ย่อมถูกมองเป็นตัวประหลาด”

          “วัฒนธรรมของคนต่างชาติกับคนไทยแตกต่างกันคนละขั้ว ทุกชั้นเชิง ทุกมิติ

          วัฒนธรรมไทยเป็นแบบผู้ใหญ่ Seniority หรือที่เรียกว่า Top Down Communication เบื้องบนต้องมีคำสั่งลงมาให้ทำ

          แต่ชาติตะวันตกจะเน้นเป็นแบบ Equality คือ คุณภาพเท่าเทียม—–

          ดังนั้น อังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา จึงเน้นเรื่องการสื่อสาร ตัวประหลาดสำคัญของเขากลายเป็นคนที่ทำตัวนิ่งเงียบ เพราะชาติเขาถือว่าคนเราต้องการปฏิสัมพันธ์กัน

          แต่ไทยเรายึดถือแบบฉันพูด-เธอฟัง ใครยกมือถามเลยถูกมองเป็นตัวแปลกประหลาด

          “ประเทศไทยคิดจะเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาให้เป็นแบบ Students Center ที่ต้องการจะทำให้เหมือนกับเมืองนอก แต่วัฒนธรรมไทยมันไม่เอื้ออำนวย ยังเป็นวัฒนธรรมแบบเชื่อฟังผู้ใหญ่”

          “ผู้ใหญ่จะสอนผิดหรือถูก ไม่รู้ แต่เด็กก็รับฟังและทำตามโดยไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้งใดๆ”} else {