มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 25 มิถุนายน 2557

 

โลกแคบๆของการศึกษาไทย

          เฟซบุ๊ก เมด อิน อุษาคเนย์ ขึ้นข้อความที่ได้จากคำอธิบายของ อ. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ (วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ม.ธรรมศาสตร์)

          มดดำ พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร กรุณาเสียเวลาปริ๊นต์ส่งมาให้อ่าน เลยขออนุญาตเอามาแบ่งปัน ดังนี้

          ความรู้มันมีพลังของมัน 

          “พลังของความรู้อยู่ที่การใช้เหตุผล ไม่ใช่การท่องจำ ท่องจำมันมาทีหลัง มันต้องเห็นเหตุผลแล้วเกิดความรักในความรู้”

          “อันนี้มันอยู่ในจารีตของการเรียนแบบกรีก-โรมันแล้วก็ต่อสืบมาในยุโรป ซึ่งเขาสามารถสร้างความเชื่อมต่ออันนี้ได้ แต่ของเรามันถูกตัดขาดหมดเลย”

          “อย่างการเรียนศิลปศาสตร์ในบ้านเรา ถ้าให้กลับไปอ่านตำราเก่าๆซึ่งเป็นบาลี-สันสกฤต กี่คนที่จะอ่านรู้เรื่อง? ที่แปลมาเป็นไทยอย่างมีเนื้อหาเข้ากับความต้องการของคนปัจจุบันก็ไม่มี”

          “ส่วนทางตะวันตกเวลาเขาเรียนกรีก มันมีคนแปล มีคนตีความความคิดของเพลโต อริสโตเติล โสเครติส ทุก 50 ปี 100 ปี จนกระทั่งปัจจุบันนี้เป็นโพสต์โมเดิร์น เขาก็อธิบายโสเครติส เพลโตแบบโพสต์โมเดิร์นได้”

          “เราไม่เคยทำอย่างนี้กับปรมาจารย์ทางสายสันสกฤต บาลี หรือไทยเดิม เช่น จารึกพ่อขุนรามคำแหงเนี่ย เอามาวิเคราะห์ได้ไหม? ไม่ได้! กลัวว่าจะตีความผิด” 

          จารึกพ่อขุนฯ เป็นวรรณกรรมการเมืองยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ยังมีอิทธิพลต่อการเมืองไทยทุกวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และสำคัญมากๆ

          แต่ไทยหลงให้ความสำคัญว่าเป็นวรรณกรรมยุคกรุงสุโขทัย เลยมองไม่ออกว่าเกี่ยวข้องการเมืองไทยปัจจุบันและอนาคตอย่างไร?

          ยิ่งเรียนยิ่งแคบ 

          “ความจริงแล้วระดับอุดมศึกษา ยิ่งเรียนต้องยิ่งกว้าง ต้องปลายเปิด ยิ่งศึกษาต้องยิ่งเห็นโลกและจักรวาล ว่ามันยิ่งใหญ่มาก”

          “ตัวเรามันเล็กเกินกว่าที่จะไปรู้ทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด เพราะฉะนั้นต้องทำตัวเองให้ตามโลกให้ได้”

          “จริงๆศาสนาพุทธก็สอนอย่างนี้เหมือนกัน ว่าเราต้องเล็กกว่าโลก ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง”

          “แต่บ้านเรากลับไปอีกขั้วหนึ่งเลย คือ ยิ่งเรียนยิ่งแคบ”

          อาจารย์มหาวิทยาลัยบางแห่งของไทยทุกวันนี้ สำคัญผิดคิดจะให้นักศึกษาเรียนจบปริญญาตรีแล้วเป็นนักปราชญ์ในพริบตา

          เลยเรียนเรื่องแคบๆ เห็นโลกแคบๆ รู้จักชีวิตแคบๆ ยิ่งเรียนก็ยิ่งใจคอคับแคบ มองเพื่อนบ้านโง่กว่าไทย แล้วมองไทยบ้านๆโง่กว่าคนในเมือง}