มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 11 มิถุนายน 2557

 

ขนมจีน เป็นภาษามอญ แต่มาจากจีน

          ขนมจีน เป็นคำยืมของไทยที่เพี้ยนจากภาษามอญว่า คะนอมจิน

          [คะนอม แปลว่า เส้นทำจากแป้ง, จิน แปลว่า สุกแล้ว(จากหุงต้ม)]

          ขนมจีน เป็นอาหารคาว (ไม่ใช่ขนมหวาน) มีแพร่กระจายทั่วไปในอุษาคเนย์

          แต่ไม่ใช่อาหารดั้งเดิมของอุษาคเนย์ เพราะต่างรับโม่แป้งทำเส้นเป็นอาหารจากจีน แล้วเรียกชื่อต่างกันด้วยภาษาของใครของมัน

          ถ้าไม่ยอมรับความจริงข้อนี้ แต่ยังแย่งเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเพียงพวกเดียว เพราะไม่รู้จักโตก็ตามใจ ไม่มีใครแย่งด้วย

         

          ในหนังสือข้างสำรับมอญ ของ องค์ บรรจุน (สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ. 2557 ราคา 215 บาท) มีชื่อเพลงโนเน อยู่ในเรื่องขนมจีน

          ผมได้ความรู้ใหม่จากคำอธิบายขององค์โดยผ่านผู้สื่อข่าวว่า

          “1. โนเน ไม่มีในภาษามอญปัจจุบัน เป็นชื่อที่คนไทยเรียก โดยอาจฟังเพี้ยนจากภาษามอญคำใดคำหนึ่ง ซึ่งยังหาที่มาไม่ได้

          2. โนเนของคนมอญ คือการร้องเพลงระหว่างตำแป้งขนมจีน หรือร้องเพลงยามว่าง(ร้องอย่างเดียว ไม่มีการแสดง) โดยร้องเป็นกลุ่มในลักษณะร้องต่อๆกัน ไม่ใช่ร้องแก้หรือโต้ตอบแบบอีแซว”

          ครูเสรี หวังในธรรม สอนผมให้ร้องโนเน เพื่อเป็นลูกคู่ร่วมกับครูมืด ประสาท ทองอร่าม คราวรับงานทำเพลงโฆษณาไทยรัฐถอดรูป ยุคแรกเริ่มพิมพ์สี่สี ฉลองโรงพิมพ์ใหม่ที่วิภาวดี หลายสิบปีมาแล้ว

          ในดนตรีไทย โนเนเป็นเพลงเบ็ดเตล็ดใช้ร้องเล่นเป็นที่รู้ทั่วกัน แต่ผมไม่เคยได้ยินว่าได้จากมอญ เพิ่งรู้คราวนี้

          ครูดนตรีและนาฏศิลป์ของไทยเป็นเชื้อสายมอญ มีมาก เพลงดนตรีกับท่ารำจากมอญก็ไม่น้อย เป็นที่ยอมรับแล้วรู้กัน ดังนั้น โนเนมาจากมอญก็ไม่แปลก

 

กี่กระตุกจากจีนเข้าไทยเมื่อไร?

          ตลาดเจริญผล ในหนังสือคำให้การชาวกรุง(เทพฯ)เก่า ของ แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย (สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2557 เล่มละ 220 บาท) เล่าว่า

          “กลุ่มไทยกับกลุ่มจีนอาจจะอยู่ปนๆกันไป แต่กลุ่มคนจีนนั้นในเวลาต่อมายังได้แทรกตัวไปตามชุมชนมุสลิมอีกด้วย ทั้งยังนำอาชีพและเทคโนโลยีการทอผ้าด้วยกี่กระตุกเข้ามาเผยแพร่ในบ้านครัว ซึ่งใช้ทอผ้าไหมกันอย่างแพร่หลายมาถึงทุกวันนี้

          จีนที่ชำนาญการใช้กี่กระตุกคือ กลุ่มจีนแคะ ที่นำเทคนิคการสร้างกี่กระตุกเข้ามาเผยแพร่ในเมืองไทยด้วย

          พื้นที่เชื่อมต่อตลาดเจริญผล คือ บริเวณตรอกพุทธ สะพานเหลือง สวนหลวง ตลาดกลางไข่ ถนนบรรทัดทองนั้น เคยเป็นแหล่งที่คนจีนด้วยกันเองเรียกว่า สลัมคนจีน

          มีอาชีพสำคัญคือ ทอผ้าด้วยกี่กระตุก และไม่จำกัดว่าจะเป็นจีนแคะเท่านั้น แต่ยังเป็นย่านอาศัยหนาแน่นของจีนกลุ่มต่างๆด้วย”

          น่าอัศจรรย์ใจมากที่แสงอรุณบอกว่ากลุ่มจีนแคะนำเทคนิคสร้างกี่กระตุกเข้ามาถึงไทยที่กรุงเทพฯนี่เอง

          ผมหลงเข้าใจว่ากี่กระตุกมีในอุษาคเนย์และในไทยมานานมากแล้วตั้งแต่ยุคก่อนอยุธยา จะโดยจีนอะไรไม่รู้? เพราะไม่เคยพบหลักฐานตรงๆบอกไว้