มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2557

 

3,000 ปีมาแล้ว

ชุมชนหมู่บ้านในไทยและอาเซียน

คนน้อย พื้นที่กว้างขวางมาก

 

3,000 ปีมาแล้ว มีชุมชนหมู่บ้านในไทยและอาเซียน สืบเนื่องจากยุคก่อนหน้านี้ (5,000 ปีมาแล้ว) กระจัดกระจายอยู่ห่างๆ ขนาดน้อยใหญ่ต่างๆ กัน

บางพวกปลูกเพิงอยู่อาศัยอย่างง่ายๆ ด้วยไม้ไผ่ และมุงด้วยใบไม้ทั่วไปที่ใช้มุงเป็นหลังคาได้

หลังจากนั้นปรับปรุงให้แข็งแรงขึ้นเป็นกระท่อมหรือทับบริเวณที่ราบในหุบเขา ลักษณะเรือนเสาสูง มีใต้ถุนเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมประจำวัน เช่น เลี้ยงลูก, หุงหาอาหาร, ตีหม้อ (ภาชนะดินเผา), ทอผ้า, ฯลฯ

บางทีใช้เป็นคอกสัตว์เลี้ยงด้วย เช่น คอกควาย, คอกวัว กับเป็นที่ฝังศพ

นานเข้าก็รวมอยู่ด้วยกันเป็นหมู่ แล้วมีบุคคลสำคัญเป็นหัวหน้าŽ มีที่ฝังศพหัวหน้าเผ่าพันธุ์แยกจากชุมชนŽเป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ถ้ำและเพิงผา ฯลฯ แล้วมีพิธีฝังศพอย่างสนุกสนาน (เพราะมีความเชื่อเรื่องความตายต่างจากปัจจุบัน)

คนไม่ได้หยุดร่อนเร่พเนจรพร้อมกันทั้งหมด ฉะนั้นจึงยังมีบางพวกบางกลุ่มที่ล้าหลังทางเทคโนโลยี ยังคงร่อนเร่แสวงหาอาหารตามธรรมชาติต่อไปอีก

โดยรวมๆ แล้ว มีคนไม่มาก แต่พื้นที่มีกว้างขวางมาก

คนดึกดำบรรพ์อาศัยเพิงผาเป็นที่พักพิงชั่วคราว (บน) เพิงผาบ้านไร่ นักโบราณคดีขุดพบที่ อ. ปางมะผ้า จ. แม่ฮ่องสอน (ล่าง) เพิงผาปัจจุบันที่มีคนพักพิง บนหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย

ลายเส้นบนหน้ากลองทอง (มโหระทึก) ในวัฒนธรรมดองซอน พบที่เวียดนาม สลักเล่าเรื่องการละเล่นในพิธีกรรมทางศาสนาผีของชุมชนหมู่บ้านอาเซียน ราว 3,000 ปีมาแล้ว มีรูปสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เช่น นกกระเรียน ตะกวด (แลน) ฯลฯ

(ซ้าย) เรือนเสาสูง ลายเส้นบนหน้ากลองทอง (มโหระทึก) ราว 3,000 ปีมาแล้ว เทียบกับ (ขวา) เรือนชนเผ่าที่แขวงอัตตะปือในลาว

เรือนยุคบ้านเชียง ราว 3,000 ปีมาแล้ว ลายเส้นวาดตามคำอธิบายของนักโบราณคดี(โครงการบ้านเชียง มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐฯ) ว่าไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับบ้านหลงเหลืออยู่จากการขุดค้น และโบราณวัตถุที่ยังหลงเหลือจากชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยหลุมเสา ที่อาจสร้างสำหรับเรือนเสาสูง เกลื่อนกลาดไปด้วยเศษภาชนะดินเผาชิ้นเล็กๆ กระดูกสัตว์ และสิ่งอื่นๆ ที่ทิ้งลงไปป็นกองขยะ มีหลายยุคหลายสมัยอยู่ทับซ้อนกัน ชั้นล่างสุดมีอายุเก่าสุด

(ซ้าย) เรือนเสาสูงของชุมชนยุคแรกๆ ราว 3,000 ปีมาแล้ว นักโบราณคดีจินตนาการจากหลุมเสาที่ขุดพบในแหลˆงโบราณคดี บ้านหนองแช่เสา ต. หินกอง อ. เมือง จ. ราชบุรี (ขวา) เทียบกับเรือนมุงหญ้าคาคล้ายกระดองหลังเต่าของกลุ่มชาติพันธุ์ทางพรมแดนลาว-เวียดนามปัจจุบัน

d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);