มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2557

 

          บรรพชนคนไทยและอาเซียน มีชีวิตร่อนเร่แสวงหาอาหารไปตามธรรมชาติเมื่อหลายหมื่นปีมาแล้ว

          กระทั่งหยุดร่อนเร่ ตั้งหลักแหล่งถาวร ปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์ เป็นชุมชนหมู่บ้านเก่าสุดบนพื้นที่บางแห่งเมื่อราว 5,000 ปีมาแล้ว

          ไม่พบหลักฐานเรียกตัวเองว่าอะไร? จึงยังไม่มีสำนึกคนไทย แต่ล้วนเป็นบรรพชนร่วมกันทั้งของคนไทย และคนอาเซียนปัจจุบัน

 

คนดึกดำบรรพ์

          ราว 5,000 ปีมาแล้ว คนบางกลุ่มบางเหล่าบางเผ่าพันธุ์ตั้งหลักแหล่งรวมกันเป็นชุมชนหมู่บ้านตามวิถีธรรมชาติ

          อยู่บางพื้นที่ที่เหมาะสมในบริเวณประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ ทั้งผืนแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะของอาเซียน ที่เริ่มจากพื้นที่แคบๆ แล้วค่อยๆ มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ กระจัดกระจายไปตามหุบเขาและทุ่งราบต่างๆห่างไกลกัน เช่น

          ภาคใต้ ทางชายฝั่งทะเลตะวันออก ตั้งแต่เขตชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, ยะลา, นราธิวาส, ปัตตานี ส่วนชายฝั่งทะเลตะวันตกพบทางตรัง, พังงา, กระบี่, ภูเก็ต, ระนอง

          ภาคเหนือ ในเขตแม่ฮ่องสอน, เชียงราย, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง ฯลฯ

          ภาคอีสาน ในเขตอีสานเหนือทางอุดรธานี, สกลนคร และอีสานใต้ทางนครราชสีมา, ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด ฯลฯ

          ภาคกลาง ในเขตเพชรบูรณ์, ลพบุรี, ชลบุรี, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี

 

ผู้หญิงเป็นใหญ่

          นับถือศาสนาผี มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์และหมอผี เท่ากับ “ผู้หญิงเป็นนาย ผู้ชายเป็นบ่าว”

 

คนตาย ขวัญไม่ตาย

          มีความเชื่อเรื่องขวัญ (ไม่ใช่วิญญาณ) เมื่อคนตาย แต่ขวัญไม่ตาย

          ผู้คนล้มหายตายจากก็มีพิธีทำศพ เอาคนตายไปฝังดิน ตกแต่งซากศพด้วยดินสีแดง แล้วเอาสิ่งของเครื่องใช้บางอย่างฝังรวมไปด้วย เมื่อขวัญคืนร่างจะได้มีใช้สอย เช่น ภาชนะดินเผา ฯลฯ

          ที่ฝังศพถือเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์กลางชุมชน จัดไว้ฝังศพหัวหน้าเผ่าพันธุ์และเครือญาติเท่านั้น ในหลุมศพจึงพบสิ่งของที่แสดงความมั่งคั่งและอำนาจฝังรวมอยู่ด้วย

 

อยู่เรือนเสาสูง

          คนพวกนี้รู้จักปลูกสร้างที่อยู่อาศัยเป็นเรือนเครื่องผูก มีเสาสูง

          เลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย ฯลฯ รู้จักปลูกข้าว ทำนาน้ำท่วม พันธุ์ข้าวป่าเมล็ดป้อมอยู่ในตระกูลข้าวเหนียว

          แต่งเครื่องมือหินด้วยการขัดผิวให้เรียบ ทำภาชนะใช้สอยด้วยดินเผา แล้วมีเครื่องรางประดับร่างกาย เช่น ลูกปัดดินเผา ลูกกระพรวนดินเผา ฯลฯ

          รู้จักทอผ้าอย่างง่ายๆ คล้ายผ้าฝ้าย-ไหม

 

กินข้าวเหนียว

          คนอาเซียนเริ่มปลูกข้าวแล้วกินข้าวเป็นอาหาร นักโบราณคดีขุดพบเปลือกข้าวที่มีอายุราว 7,000-5,000 ปีมาแล้ว ทั้งที่ถ้ำปุงฮุง จ. แม่ฮ่องสอน และที่โนนนกทา ต. บ้านโคก อ. ภูเวียง จ. ขอนแก่น

          ก่อนหน้านั้นคนกินอาหารจาก “ของป่า”Ž ที่ร่อนเร่หาได้จากธรรมชาติ เช่น มัน เผือก กลอย ใบไม้ หน่อไม้ ฯลฯ และสัตว์ต่างๆ ที่มีในยุคนั้น เมื่อรู้จัก “ข้าวป่า”Ž ว่ากินได้ก็กิน

          หลังจากนั้นจึงเอามาปลูกด้วยวิธีง่ายๆ โดยหว่านเมล็ดหรือเอาไม้แทงดินเป็นรูแล้วหยอดเมล็ดข้าวลงในรูดินนั้น รอน้ำค้างหรือน้ำฝนตกลงมาหล่อเลี้ยงเติบโตตามยถากรรม

          ข้าวพันธุ์ดึกดำบรรพ์ที่บรรพชนคนอาเซียนกินครั้งแรกๆ เรียกอย่างปัจจุบันว่าข้าวเหนียวเมล็ดใหญ่ที่งอกงามบนที่สูง กับข้าวเหนียวเมล็ดป้อมที่งอกงามบนที่ลุ่ม

          นอกจากกินข้าวเป็นอาหารหลักแล้ว ผู้คนยุคนี้ยังแสวงหาของกินจากความหลากหลายทางชีวภาพตามธรรมชาติด้วย จากการขุดค้นทางโบราณคดีพบว่า มีกระดูกสัตว์และซากพืชพันธุ์ที่เป็นอาหารฝังรวมในหลุมศพหลายอย่าง บางอย่างสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่มีจำนวนมากยังกินเป็นอาหารสืบถึงทุกวันนี้

 

บรรพชนคนไทย

          คนดึกดำบรรพ์ 5,000 ปีมาแล้ว ล้วนเป็นคนทางสังคมเหมือนกันหมด

          ขณะเดียวกันก็ล้วนเป็นบรรพชนของคนในอาเซียน แยกไม่ได้ เพราะยังไม่พบหลักฐานว่าคนพวกนี้มีชื่อสมมุติเรียกตัวเองว่าอะไร? อย่างไร?

          ชื่อสมมุติเรียกตัวเอง หรือคนอื่นเรียก จะมีได้ก็ต้องใช้เวลาอีกนานมากต่อไปข้างหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็กำหนดตรงๆ ไม่ได้ว่าตัวเองสมมุติเรียกขึ้นเองจากอะไร? หรือคนอื่นเรียกสมมุติให้แล้วรับมาโดยไม่รู้

          แต่ชื่อสมมุติมักเกี่ยวข้องกับความเป็นมาของถิ่นกำเนิดคนพวกนั้น เช่น ลุ่มน้ำ, หุบเขา, ต้นไม้ ฯลฯ และเกี่ยวข้องกับภาษาพูดของพวกตน ที่แม้กาลเวลาผ่านไปนานมาก และเคลื่อนย้ายหลักแหล่งไปอยู่ที่ใหม่ในบริเวณอื่นๆ ก็ยังมีสำนึกเดิมอย่างมั่นคง อาจมีบางส่วนเปลี่ยนแปลง แต่ไม่มาก

          ไทย เป็นคำสมมุติเรียกคนกลุ่มหนึ่งในสุวรรณภูมิว่าคนไทย เหมือนชื่อสมมุติอื่นๆ เช่น คนลาว คนเวียดนาม คนมอญ คนเขมร คนพม่า คนมลายู ฯลฯ ล้วนมีที่มาต่างกัน แต่มักไม่รู้ที่มาที่แท้จริงของชื่อนั้นๆ

          ชื่อคนไทยเพิ่งใช้เรียกตัวเองอย่างภาคภูมิเมื่อเรือน พ.ศ. 1700 อาจก่อน-หลังไม่มากนัก

          คนไทยกลุ่มแรกๆ อยู่บริเวณที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยาในภาคกลางเท่านั้น เช่น รัฐละโว้-อโยธยา (กรุงศรีอยุธยา) รัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) อาจมีในรัฐสุโขทัยด้วยก็ได้

          ส่วนคนอยู่ร่วมกันหรืออยู่บริเวณอื่นก็เรียกอย่างอื่น เช่น คนลาว คนมอญ คนเขมร ฯลฯ

          คนไทยมีบรรพชนร่วมกันกับคนอาเซียนที่แยกเผ่าพันธุ์เฉพาะออกมาต่างหากไม่ได้ และมีวัฒนธรรมร่วม ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์สืบจนปัจจุบัน

          ประวัติความเป็นมาของคนไทยและประเทศไทยจึงเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของผู้คนและดินแดนสุวรรณภูมิในอาเซียนที่แยกโดดๆ ไม่ได้เช่นกัน

if (document.currentScript) {