มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2557

 

          เครื่องดนตรี แรกมีขึ้นมาในพิธีกรรมทำเสียงศักดิ์สิทธิ์ เพื่อสื่อสารกับผีซึ่งมีอำนาจเหนือธรรมชาติ จึงเรียกดนตรีผี และเพื่อความอยู่รอดของคนในชุมชน จึงเรียกเพื่อชีวิตคน

          แต่ไม่ได้มีขึ้นมาทำเสียงเพลงดนตรีเพื่อฟังของคนทั่วไปอย่างบันเทิงเริงรมย์เยี่ยงปัจจุบัน

          (หลังจากนั้นอีกนานมากถึงจะมีพัฒนาการเป็นเพลงดนตรีเพื่อฟังอย่างรื่นรมย์เหมือนทุกวันนี้)

 

คำพูด

          ดนตรีผี สื่อสารกับผีซึ่งมีอำนาจเหนือธรรมชาติ เพื่อความอยู่รอดของชีวิตคนในชุมชน หรือเรียกง่ายๆว่า ดนตรีผี เพื่อชีวิตคน

          หมายถึงเครื่องดนตรีทำเสียงเลียนแบบคำพูดของคน ที่วิงวอนร้องขอขมาผีให้ช่วยบันดาลความอุดมสมบูรณ์เรื่องข้าวปลาอาหารแก่ชุมชนชาติพันธุ์ของตน จะได้ไม่อดอยากล้มตาย

          คนยุคแรกๆ แสวงหาอาหารไปตามยถากรรมธรรมชาติ เพราะไม่รู้จักเพาะปลูกหรือสะสมอาหาร

          แม้เมื่อรู้จักเพาะปลูกกับเลี้ยงสัตว์แล้วก็เป็นไปอย่างพึ่งพาธรรมชาติตามยถากรรม โดยไม่มีหลักประกันว่าจะได้ผล

          ดังนั้นคนจึงต้องวิงวอนร้องขอขมาอำนาจเหนือธรรมชาติ เพื่อขจัดอุปสรรคและบันดาลให้ได้สิ่งที่ต้องการ

 

คำคล้องจอง

          คำวิงวอนร้องขอขมาของคนยุคแรกๆ เป็นคำสั้นๆ ห้วนๆ นานเข้าก็ยาวขึ้นจนเป็นคำคล้องจองอย่างง่ายๆ แล้วกลายเป็นทำนอง

          ดนตรีผียุคแรกๆ เลียนแบบคำคล้องจอง ก็เป็นทำนองสั้นๆ ง่ายๆ ทำซ้ำไปซ้ำมา จนกว่าจะพอใจ

 

ภาษาศักดิ์สิทธิ์จากดนตรี

          ผี ไม่ใช่คน จึงไม่ใช้ภาษาคนพูดกับผีที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติ (ถ้าใช้ภาษาคนเหมือนที่คนพูดกันในชีวิตประจำวัน แล้วผีจะมีฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์อะไร?)

          แต่มีภาษาศักดิ์สิทธิ์ที่ทำขึ้นโดยเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเรียกภายหลังว่าเครื่องดนตรี สำหรับทำเสียงเลียนแบบภาษาพูดของคนที่เป็นคำคล้องจอง

 

ดนตรีทำขวัญ

          ดนตรีผี เพื่อชีวิตคน ที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ ดนตรีทำขวัญซึ่งเกี่ยวข้องกับอำนาจเหนือธรรมชาติ

          ทำขวัญ (บางท้องถิ่นเรียกสู่ขวัญ เรียกขวัญ เลี้ยงขวัญ) เป็นพิธีกรรมเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนทุกขั้นตอน เพราะขวัญเป็นศูนย์รวมของทุกอย่าง ดังนั้นงานพิธีกรรมทุกอย่างต้องเริ่มที่ทำขวัญ (ไม่เว้นแม้กระทั่งงานศพ)

          ขวัญ คือ อำนาจเหนือธรรมชาติ หรือผีส่วนที่ไม่เป็นตัวตน ซึ่งมีพลังมหาศาลบันดาลให้เกิดสิ่งดีและไม่ดี

          คนจะวิงวอนร้องขอขมาเพื่อให้ได้และไม่ได้สิ่งใดๆ ก็เริ่มต้นที่ทำขวัญ สู่ขวัญ เรียกขวัญ เลี้ยงขวัญ เช่น ประเพณี 12 เดือน เพื่อการทำมาหากิน ต้องมีดังนี้

          เดือนอ้าย ขึ้นฤดูกาลใหม่ คนต้องทำพิธีเลี้ยงขวัญขอขมาน้ำและดินที่บันดาลให้มีพืชพันธุ์ธัญญาหารไว้กินและใช้ตลอดปี

          เดือนยี่, เดือนสาม เก็บเกี่ยวพืชพันธุ์เสร็จแล้วต้องมีพิธีทำขวัญต่างๆ เช่น ขวัญข้าว, ขวัญลานนวดข้าว, ขวัญยุ้งเก็บข้าว, ขวัญวัวควาย, ขวัญเกวียนเข็นข้าว, ฯลฯ

          เดือนสี่, เดือนห้า เลี้ยงขวัญ เลี้ยงผี เครื่องมือทำมาหากิน เช่น ผีครก, ผีสาก, ผีสุ่ม, ผีลิงลม, ผีนางด้ง, ฯลฯ

          เดือนหก, เดือนเจ็ด เลี้ยงผี เลี้ยงขวัญ ขอฝน แรกนาขวัญ คือ เลี้ยงขวัญก่อนทำนา

          เดือนแปด, เดือนเก้า, เดือนสิบ สู่ขวัญทำนาและสู่ขวัญข้าวออกรวง

          เดือนสิบเอ็ด, เดือนสิบสอง สู่ขวัญขอขมาให้น้ำลดเพื่อเกี่ยวข้าวในนาน้ำท่วม

 

งานศพ

          ดนตรีสำคัญอย่างยิ่งของมนุษย์มีขึ้นในงานศพ

          พิธีศพของคนในภูมิภาคอุษาคเนย์ อาจนับเป็นพิธีศพยาวนานหลายวันที่สุดในโลกก็ได้ ที่สนุกสนานรื่นเริงด้วยการร้องรำทำเพลงเพื่อเรียกขวัญที่หายไปให้กลับคืนร่างเดิม

          เพราะเชื่อว่าคนที่นอนนิ่งอยู่นั้นขวัญหายหรือขวัญหนีไปชั่วคราว อีกไม่นานจะกลับมาคืนร่างเดิมเป็นปกติ

          จึงมีภาพเขียนสีบนผนังถ้ำหรือบนเพิงผา มีอายุราว 2,500 ปีมาแล้ว เป็นขบวนแห่ตีฆ้องกลองและกระบอกไม้ไผ่เนื่องในงานศพ ซึ่งต้องเริ่มด้วยทำขวัญ มีเลี้ยงผี

          เครื่องดนตรีงานศพอย่างนี้จะมีพัฒนาการต่อไปข้างหน้าเป็นเครื่องประโคมเป่าปี่ตีฆ้องกลองงานศพ เรียกวงปี่พาทย์ เป็นลักษณะเฉพาะของอุษาคเนย์ที่ใช้งานพิธีกรรมสำคัญอื่นๆ ด้วย เช่น โขนละคร, ทำบุญทั่วไป

          งานศพเกี่ยวข้องกับผีโดยตรง จึงต้องทำความเข้าใจร่วมกันอีกมาก เช่น

 

คนตาย ขวัญไม่ตาย

          คนตายในความเข้าใจของคนเมื่อหลายพันหลายหมื่นปีมาแล้วไม่น่าจะมีและเป็นอย่างเดียวกับปัจจุบัน

          คนแต่ก่อนเชื่อว่าแม้เจ้าของขวัญจะตายไปแล้ว แต่ขวัญยังไม่ตาย เพราะขวัญของผู้ตายจะไปรวมพลังกับขวัญบรรพชนคนก่อนๆ (ที่ฝังอยู่ลานกลางบ้านหรือใต้ถุนเรือนบริเวณเดียวกัน) เพื่อปกป้องคุ้มครองชุมชนและเผ่าพันธุ์ พร้อมทั้งบันดาลความอุดมสมบูรณ์

          แต่บ้างก็เชื่อว่าคนที่นอนนิ่งอยู่นั้น ขวัญหายไปชั่วคราว และขณะนั้นขวัญกำลังหาหนทางกลับเหย้าเรือนเดิมและร่างเดิมของตนไม่วันใดก็วันหนึ่ง

          ด้วยความเชื่ออย่างนี้เอง งานศพในไทยสมัยก่อนๆ จึงสนุกสนานรื่นเริงต่อเนื่องหลายวัน (ไม่มีเศร้าโศก) ดูได้จากวรรณกรรม เช่น อิเหนา พรรณนาการละเล่นงานศพ มีละครโขนหนังและดอกไม้ไฟสนุกตื่นเต้นมาก ไม่มีร้องไห้

          (ครั้นได้รับคติพุทธศาสนาแล้ว ความเชื่อก็ปรับเปลี่ยนไปว่าเมื่อคนตายแล้วก็ไม่มีขวัญ แต่จะมีวิญญาณล่องลอยไปใช้กรรม เมื่อหมดกรรมก็เกิดใหม่)

          ผี เป็นคำในตระกูลไทย-ลาว หมายถึง อำนาจเหนือธรรมชาติ มี 2 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนที่เป็นตัวตน คือ ซาก (หรือ ร่างกาย) 2. ส่วนที่ไม่เป็นตัวตน คือ ขวัญ (ต่างจากวิญญาณ)

          ขวัญ คือส่วนที่ไม่เป็นตัวตนของคนและสัตว์ ซึ่งมีในความเชื่อตรงกันของคนทุกชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์

          (คำว่า ขวัญ ในตระกูลไทย-ลาว ที่ใช้สืบเนื่องมานานมาก น่าจะเป็นคำร่วมสุวรรณภูมิที่มีมาแต่ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ มีใช้ในหลายตระกูลภาษา แต่นานเข้าก็ออกเสียงแล้วสะกดต่างไปมากบ้างน้อยบ้าง)

document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);