มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2557

 

อ่างทอง กับ อู่ทอง

          หลวงพ่อทอง พระประธานปูนปั้น ในโบสถ์วัดพระบรมธาตุฯ จ. ชัยนาท กรมศิลปากรบูรณปฏิสังขรณ์อย่าง“งามละม่อมพร้อมสิ้นทั้งอินทรีย์”เสร็จสมบูรณ์แล้ว

          คณะมติชนยกไปทำบุญสมโภชเมื่อก่อนเพล วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2557

          คุณขรรค์ชัย บุนปาน ทำบุญมาก ซ่อมพระพุทธรูปหลายองค์ ซ่อมวัดหลายวัด รวมถึงบูรณปฏิสังขรณ์หลวงพ่อทององค์นี้ กับวัดนี้อีกมาก (ยังค้างคาอยู่)

          กุศลผลบุญทำให้ได้รอดปลอดภัยจากโรคาพยาธิ ที่ไปนอนให้หมอซ่อมอวัยวะในโรงพยาบาลหลายวันแล้ว

          ผมนั่งรถตู้ฮุนไดใสปิ๊ง ออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าตรู่ เข้าสุพรรณ ผ่าน อ. สรรคบุรี จ. ชัยนาท แล้วแล่นตามถนนเลียบแม่น้ำน้อย ขึ้นทางเหนือ จะไปวัดบรมธาตุ

          เพิ่งรู้ว่ามีทางแคบๆ ลาดยางบ้าง ลูกรังบ้าง คอนกรีตบ้าง สลับกันไป แล่นได้จนเกือบสุด เสียแต่มีหน่วยราชการคั่นไว้ เลยขึ้นถนนใหม่สายเลียบเจ้าพระยาไม่ได้ ควรทำให้แล่นเลียบตลอด จะน่าเดินทางท่องเที่ยวมากๆ

          ทุกวันนี้คนนอกพื้นที่ไม่มีวันรู้ว่าขี่จักรยานเลียบได้(เกือบ)ตลอดสายแม่น้ำน้อยตอนนี้ แล้วดีด้วย ร่มรื่นมาก

          เสร็จจากงานบุญ แต่คงไม่ได้บุญ เพราะผมไม่ทำบุญ แล้วไม่เป็นคนดี จึงไม่เป็นคนมีบุญ มีแต่บาปเล็กน้อย พอสมควรแก่ความเป็นคนปกติธรรมดา

          ปีหน้า ถึงเวรผมบ้างตามกฎแห่งกรรมที่เคยต้องผ่าตัด 1 ปีตามหลังคุณขรรค์ชัยสองครั้งสองครา รอดผ่านมาแล้ว ต่อไปไม่รู้จะรอดไหม? เพราะไม่ทำบุญ

          เมื่อออกจากวัดพระบรมธาตุฯ ชัยนาท ผมนั่งรถตามถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาลงทิศใต้ จะผ่านไปสิงห์บุรี, อ่างทอง, อยุธยา, เข้ากรุงเทพฯ

          ป้ายบอกทางมีปัญหา หรือการรับรู้ของผมมีปัญหาก็ไม่ทราบ ทำให้หลงทาง วนอยู่แถววัดพิกุลทองเกือบชั่วโมง กว่าจะพ้นเข้าทางเดิมลงอ่างทองได้ ก็เสียเวลานานทีเดียว

          ที่สี่แยกตลาดกลางเมืองอ่างทอง มีอ่างน้ำขนาดจัมโบ้มโหฬาร ทาสีทอง ตั้งเป็นสัญลักษณ์จังหวัด

          อ่างทอง ที่เป็นชื่อจังหวัด อ่าง ไม่ได้หมายถึงภาชนะใส่ของที่เรียกอ่างจริงๆ และทองก็ไม่ใช่ทองคำ หรือทองโลหะอื่นใดทั้งนั้น

          แต่อ่างทอง หมายถึงแอ่งของที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีที่มาอย่างเดียวกับชื่ออู่ทอง ที่ อ. อู่ทอง สุพรรณบุรี โดยเกี่ยวข้องกับชื่อสุวรรณภูมิในคัมภีร์อินเดีย-ลังกา

          การเรียนการสอนของไทย ในกลุ่มมนุษยศาสตร์-สังคมศาสตร์ ทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี และภาษากับวรรณคดี มีปัญหามาก เพราะตัดขาดความรู้ท้องถิ่น และไม่เชื่อมโยงความรู้ทั่วไป แล้วมีคำตอบตายตัวสำเร็จรูปอย่างเดียว ส่งผลให้คำอธิบายต่างๆวางอยู่ในกะลาจนเน่าใช้การไม่ได้

          คนทั้งหลายเลยเป่านกหวีดจนหูดับ แล้วไม่ฟังคนอื่น เพราะฟังก็ไม่ได้ยิน