มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2557

 

ลพบุรี ทันสมัย แต่ถูกทำลายสม่ำเสมอ

          จอมพล ป. พิบูลสงคราม เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดด้านการทหารกับ จ. ลพบุรี ทั้งนี้ด้วยเหตุผลสำคัญด้านภูมิศาสตร์ เลยทำให้สังคมไทยมองข้ามด้านประวัติศาสตร์

          ดินแดนลพบุรี มีพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมยาวนานมาก ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว โดยมีความต่อเนื่องถึงปัจจุบันอย่างไม่ขาดตอน

          เพราะไม่ถูกพม่าเผา(เหมือนอยุธยา) แต่ไทยผลาญเอง

          ผมเคยติดตามนักโบราณคดี กรมศิลปากร รุ่นครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ ไปขุดค้นพบโครงกระดูก ราว 50 โครง สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว ในบริเวณศูนย์การทหารปืนใหญ่ ที่ลพบุรี เมื่อ 50 ปีมาแล้ว

          แสดงว่าบริเวณลพบุรีเป็นชุมชนขนาดใหญ่ของบรรพชนคนไทยทุกวันนี้มาแต่ครั้งนั้น

          ลพบุรี มีชื่อเก่าอยู่ในจารึกว่า ละโว้

          แต่ในเอกสารจีนเรียกบริเวณละโว้ เมื่อหลัง พ.ศ. 1000 ว่า โถโลโปตี ที่นักปราชญ์สมัยหลังบอกว่าตรงกับชื่อ ทวารวดี (ยุคเดียวกันนี้เอกสารจีนเรียกนครปฐมว่า หลั่งยะสิว)

          ราวหลัง พ.ศ. 1500 รัฐละโว้ อยู่ในวัฒนธรรมขอม พูดภาษาเขมร

          เป็นเครือญาติผู้ใหญ่ใกล้ชิดกับกษัตริย์เมืองพระนคร (นครวัด) ในกัมพูชา มีภาพสลัก“พลละโว้”อยู่บนระเบียงปราสาทนครวัด

          แล้วยังเป็นเครือญาติกับบ้านเมืองทางลุ่มน้ำมูล เช่น พิมาย, พนมรุ้ง กับลุ่มน้ำโขง เช่น เวียงจัน

          ละโว้เป็นศูนย์กลางศิลปวิทยาการ มีในนิทานว่าพระร่วงจากรัฐสุโขทัย กับพญางำเมืองจากรัฐพะเยา ต้องมาเรียนศิลปศาสตร์ (หมายถึงความรู้พื้นฐานทั่วไป ทั้งวิทยาศาสตร์และมนุษยศาสตร์)

          ราวหลัง พ.ศ. 1600 ย้ายศูนย์กลางอำนาจไปอยู่อโยธยาศรีรามเทพนคร (จ. พระนครศรีอยุธยา) แล้วสืบเป็นกรุงศรีอยุธยา

          โดยละโว้ยังเป็นเมืองสำคัญของเจ้านายเชื้อสายขอมสืบมา เช่น สมเด็จพระราเมศวร, ขุนวรวงศาธิราช, เจ้าแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์

          ยุคจอมพล ป. สร้างสรรค์ลพบุรีเป็นเมืองสำคัญ มีความเจริญก้าวหน้าด้วยสถาปัตยกรรมอาคารทันสมัย แสดงลักษณะเฉพาะของยุคนั้น โดยสร้างโรงหนัง แต่ไม่สร้างมิวเซียม

          จึงส่งผลทำลายความเก่าแก่ของละโว้ลงเป็นผุยผงแทบไม่เหลือซาก

          ถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีสำนึกสร้างมิวเซียมประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรม มีแต่พิพิธภัณฑ์เก็บของเก่าเป็นโกดังทางประวัติศาสตร์ศิลปะของคนชั้นสูง

          ใครอยากรู้ต้องตามไปดูให้เห็นกับตาตนเองได้กับรายการทัวร์“คิดแปลกแตกต่าง กับ จอมพลแปลก พิบูลสงคราม”