มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2557

 

          เครื่องดนตรีอุษาคเนย์จำนวนหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายเรือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของงูหรือนาค สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของบรรพชนคนดึกดำบรรพ์

          เรือศักดิ์สิทธิ์ของบรรพชนคนดึกดำบรรพ์ราว 2,500 ปีมาแล้ว ประดิษฐ์ให้มีหัวมีหางเหมือนงูที่เคลื่อนไหวเลื้อยไปมาได้เหนือผิวน้ำ แล้วใช้ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน เช่น พิธีศพ

เครื่องดนตรีรูปร่างเหมือนขดงู (1) ฆ้องวงโค้งรอบตัว แบบลาว, เขมร, ไทย (2) ฆ้องวงโค้งขึ้นบน แบบมอญ (3) รางระนาดเอก และ (4) จะเข้ (กร่อนจาก จระเข้)

งู

          งูเป็นสัตว์มีพิษร้ายและรุนแรงเกินกว่าคนจะแก้ไขได้

          ประกอบกับภูมิภาคนี้เป็นเขตร้อนชื้น มีสัตว์เลื้อยคลานโดยเฉพาะงูชุกชุม คนเลยกลัวงู แล้วบูชางูเป็นสิ่งมีอำนาจเหนือธรรมชาติ

          โดยเชื่อว่างูมีหลักแหล่งอยู่ในเรี้ยวในรูลึกลงไปในแผ่นดินที่ภายหลังเรียกบาดาล อันเป็นแหล่งน้ำมหึมาที่งูเป็นผู้พิทักษ์ แล้วบันดาลให้ผุดไหลขึ้นจากใต้ดินเรียกน้ำซึม น้ำซับ น้ำซำ อำนวยความอุดมสมบูรณ์ให้ผู้คนในชุมชน

          เป็นเหตุให้คนทั้งหลายเซ่นวักงูเป็นผีศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธิ์เดชคุ้มครองป้องกันและบันดาลความอุดมสมบูรณ์

          ฉะนั้น ภาชนะดินเผาบางใบมีลายรูปงู และภาชนะดินเผาจำนวนมากมีลายเขียนสีสัญลักษณ์ของน้ำ เช่น ที่บ้านเชียง (จ. อุดรธานี) แล้วทำสืบเนื่องต่อมาจนถึงสมัยหลังๆ ซึ่งพบทั่วไปในยุคทวารวดี

          ภายหลังได้‰รวมถึงสัตว์ร้ายและรุนแรงอื่นๆ เช่น จระเข้, ตะกวด (แลน), ฯลฯ

          ความเชื่อเรื่องงูเป็นสัตว์Œศักดิ์สิทธิ์นี่แหละ ต่ˆอไปจะได้‰รับยกย่ˆองเป็นนาค หรือพญานาค พบมากในกัมพูชา, ลาว, ไทย, ฯลฯ

(ซ้าย) เรือนาคส่งคนตายกลับบ้านเก่าหรือถิ่นเดิม บางทีเรียกเรือแห่งความตายบนภาชนะบรรจุกระดูก อายุราว 2,800 ปีมาแล้ว พบในถ้ำมานุงกัลของฟิลิปปินส์ จากลายเส้นจะเห็นคนด้านหลังอาจเป็นฝีพายผู้พาผู้โดยสารที่นั่งอยู่ด้านหน้าไปส่งยังอีกโลกหนึ่ง การแต่งกายและท่าทางของผู้โดยสารที่อาจหมายถึงตัวแทนของคนตาย เพราะนักวิชาการสังเกตว่าเป็นลักษณะเดียวกับท่าทางและการแต่งศพของชนพื้นเมืองทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบัน (ขวา) ถิ่นเดิมของคนคือบาดาลอยู่ใต้ดิน เมื่อตายไปแล้วก็กลับถิ่นเดิม มีเรือเป็นพาหนะรับส่ง พิธีศพของคนเมื่อหลายพันปีมาแล้วจึงต้องมีโลงไม้คล้ายเรือใส่ศพทำพิธีกรรม ดังนักโบราณคดีสำรวจและขุดพบโลงไม้ บริเวณลุ่มน้ำแควน้อยแควใหญ่ จ. กาญจนบุรี และที่ถ้ำผีแมน อ. ปางมะผ้า จ. แม่ฮ่องสอ

เรืองูเชิญขวัญ

          บรรพชนคนดึกดำบรรพ์ เชื่อว่าคนเรามี “บ้านเก่า”Ž คือถิ่นเดิมอยู่ในบาดาล เป็นห้วงน้ำใต้พื้นดิน โดยมีงูผู้พิทักษ์ห้วงน้ำบาดาล

          เมื่อคนตายลง แต่บรรพชนคนดึกดำบรรพ์เข้าใจความตายต่างจากยุคปัจจุบัน คือไม่คิดว่าตาย แต่คนเรามีขวัญประจำตัว และขณะนั้นขวัญจะกลับ “บ้านเก่า”Ž สู่ถิ่นเดิมในบาดาล

          คนยุคนั้นเชื่อว่าต้องเชิญขวัญด้วยงู ถึงจะกลับอย่างปลอดภัย จึงเอาไม้ท่อนยาวมาถากแต่งตามจินตนาการสมมุติให้เป็นงู แล้วขุดเป็นรางวางศพเหมือนอยู่ในท้องงู พร้อมเครื่องมือเครื่องใช้เอาไปใช้ใน “บ้านเก่า”Ž

          จากนั้นคนทั้งชุมชนยกหามแห่แหนไปวางเก็บไว้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน เช่น ถ้ำ

          ไม้ท่อนเหมือนงูนี้ นักโบราณคดีปัจจุบันเรียกว่า โลงไม้ใส่ศพ หรือโลงศพ แต่ชาวบ้านเรียก เรือ

 

สลักเรืองูลอยน้ำ

          โลงไม้คล้ายเรืองูเป็นพาหนะศักดิ์สิทธิ์ของบรรพชนคนสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์เมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว จึงสลักลายเส้นไว้บนกลองทอง (มโหระทึก) ที่ใช้ประโคมตีในพิธีกรรมต่างๆ โดยเฉพาะพิธีศพ แล้วฝังดินไปกับศพด้วย

          ลายเส้นรูปเรือบนกลองทอง เสมือนเรือลอยน้ำ สะท้อนความเชื่อว่าบรรพชนคนดึกดำบรรพ์พัฒนาโลงไม้คล้ายเรืองูเป็นเรือศักดิ์สิทธิ์วิจิตรบรรจงขึ้นจริงๆ แล้วจะเป็นต้นเค้าเรือในพิธีศพยุคต่อๆ ไป

เรือศักดิ์สิทธิ์สุวรรณภูมิ ราว 3,000 ปีมาแล้ว ลายสลักด้านข้างกลองมโหระทึก พบที่วัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง) ต. ดอนตาล อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร

เรือศักดิ์สิทธิ์สุวรรณภูมิ ราว 3,000 ปีมาแล้ว ลายสลักด้านข้างกลองมโหระทึก พบที่วัดตลิ่งพัง (คีรีวงการาม) ต. ตลิ่งงาม อ. เกาะสมุย จ. สุราษฎร์ธานี

ฆ้องกลอง

          กลองทอง หล่อด้วยโลหะผสมเรียกทองสัมฤทธิ์ มีชื่อเรียกต่างๆ กัน บางแห่งเรียกฆ้องกบ ฆ้องบั้ง แต่บางแห่งเรียกกลองทอง (แดง) กลองกบ ฯลฯ

          ยุคแรกๆ เป็นภาชนะใส่สิ่งของศักดิ์สิทธิ์ฝังไว้กับศพ บางแห่งใช้ใส่กระดูกคนตายที่ฝังไว้จนเนื้อหนังลอกออกแล้ว

          นานเข้ากลายเป็นเครื่องประโคมตีในพิธีกรรม เช่น พิธีศพ ทำให้เรียกกันภายหลังว่า กลอง เพราะมีรูปร่างเหมือนกลองไม้

          แต่บางทีก็เรียกฆ้อง เพราะหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ และเป็นต้นแบบดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดของเครื่องดนตรีตระกูลฆ้อง-ระฆัง เช่น ฆ้องหุ่ย และระฆังใช้ตีประจำวัด กับฆ้องวงใช้ตีในวงปี่พาทย์ทุกวันนี้ (มีใช้ทั่วไปในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ลาว พม่า และกัมพูชา)

          ปัจจุบันยังใช้กลองทอง แต่เรียกมโหระทึก ประโคมในพิธีกรรมสำคัญของรัฐและพระเจ้าแผ่นดิน

          รอบๆ กลองทองมโหระทึกสลักเป็นลวดลายสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น จักรวาล ฟ้า กับดิน และน้ำ

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งมักมีรูปกบประดับหน้ากลองซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของฝน จึงใช้ตีขอฝนบูชากบเพื่อความอุดมสมบูรณ์ให้ชุมชนและเผ่าพันธุ์ของตน